กสทช.เผยประมูลคลื่นมือถือดันคนใช้เน็ตเพิ่มเป็น61.7ล.ราย

กสทช.เผยผลงานประมูลคลื่น 1800-900 เมกะเฮิรตซ์  เพื่อให้บริการระบบ 4 จี ส่งเงินเข้าคลัง  5.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่ผู้ประกอบการค่ายมือถือ 3 ค่ายลงทุนมากกว่า 1 แสนล้านบาท ส่งผลให้ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตเคลื่อนที่เพิ่มจาก 58.4 ล้านเลขหมายในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2558 เป็น 61.7 ล้านเลขหมายในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2559
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า หลังจาก กสทช.ได้จัดประมูลคลื่นความถี่ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ คลื่นความถี่ทั้ง 2 ย่าน ภายหลังการประมูลได้ถูกนำไปใช้พัฒนาประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างมากมาย นับตั้งแต่เงินประมูลที่มีมูลค่าสูงถึง 232,730 ล้านบาทให้กับภาครัฐภายในระยะเวลา 4 ปี คือตั้งแต่ช่วง ปี 2559-2563 โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ชำระไปแล้วในช่วงปีแรกรวมประมาณ 58,830 ล้านบาท ซึ่งภาครัฐสามารถนำเงินไปพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ รวมไปถึงการขยายโครงข่ายของผู้ประกอบการโทร ศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ชนะการประมูล ผู้ที่ไม่ได้รับการจัดสรร คลื่นความถี่ก็มีแรงกดดันทางการแข่งขันให้มีการลงทุนและขยายโครงข่ายตามไปด้วย
          อย่างไรก็ตามการลงทุนของผู้ประกอบการ ในช่วงระยะ 1 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2558 ถึงไตรมาส 2 ของปี 2559 การลงทุนของผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายหลักทั้ง 3 ราย เพิ่มขึ้นประมาณ 100,264 ล้านบาท โดยการลงทุนที่เพิ่มขึ้นนั้นนับตั้งแต่ต้นปี 2558 จนถึงไตรมาสที่ 2 ปี 2559  ซึ่งนอกจากการลงทุนของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นอย่าง มีนัยสำคัญแล้ว จำนวนผู้ใช้บริการ อินเตอร์เน็ตเคลื่อนที่ ก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน
          ขณะที่ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตเคลื่อนที่เพิ่มจาก 58.4 ล้านเลขหมายในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2558 เป็น 61.7 ล้านเลขหมายในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2559 ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 22 ล้านเลขหมาย ใช้เทคโนโลยี 4 จี เมื่อมีผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตเคลื่อนที่เพิ่มสูงขึ้น จากข้อมูลของสำนักงาน กสทช. ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา (ตุลาคม 2558-กันยายน 2559) มีการผลิตและนำเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ถึงเกือบ 20 ล้านเครื่อง (19,585,945 เครื่อง) คิดเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 167,267 ล้านบาท
          นอกจากนี้การทำธุรกรรม โมบาย แบงกิ้ง เติบโตขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาจากเดือนมกราคม 2559 มาเดือนมิถุนายน 2559 เพิ่มขึ้น 46% จาก 29 ล้านครั้งเป็น 43 ล้านครั้ง (เปรียบเทียบกับการเพิ่มจำนวนธุรกรรมของ อินเตอร์เน็ต แบงกิ้ง เพิ่มขึ้นเพียง 25% เท่านั้น จากประมาณ 19 ล้านครั้ง มาที่ 23.5 ล้านครั้ง)
          นอกจากนี้การจัดสรรคลื่นความถี่ในตลาดให้เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศทางตรงกว่า 3.26 แสนล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มีเม็ดเงินการลงทุนมากกว่า 1 แสนล้านบาท มูลค่าการผลิตและนำเข้าเครื่องโทรศัพท์เป็นมูลค่ากว่า 1.67 แสนล้านบาท และมีเงินรายได้จากการประมูลส่งรัฐในปีแรก 5.9 หมื่นล้านบาท สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจทางอ้อมที่ภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไปจะใช้อินเตอร์เน็ตไปประกอบกิจการค้าต่างๆ คาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบมากกว่าทางตรง ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าการประมูล 4จี มีส่วนในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และขับเคลื่อนประเทศไทยให้เข้าใกล้ไทยแลนด์ 4.0 มากขึ้น