รายงาน: ตลาดโทรคมนาคมไร้สายปี60โตด้วยแรงหนุนจากบริการสื่อสารข้อมูล

 ในช่วงราว 4 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนผ่านจากระบบ 2G สู่ 3G และในปีนี้ที่มีการเริ่มเปิดให้บริการ 4G ตลาดโทรคมนาคมแบบไร้สายของไทยโดยภาพรวมมีการขยายตัวโดยเฉลี่ยอยู่เพียงร้อยละ 2.9 ต่อปี (CAGR ตั้งแต่ปี 2556 - 2559) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับในอดีตหรือในช่วงก่อนมีการเปิดให้บริการ 3G ที่มีอัตราการขยายตัวโดยเฉลี่ยสูงมากกว่าร้อยละ 10 ต่อปีนั่นเป็นเพราะรายได้จากการให้บริการเสียง(Voice) หดตัวลงเป็นอย่างมากจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคไทยที่นิยมติดต่อสื่อสารกันด้วยสื่อสังคมออนไลน์อย่างไลน์และเฟซบุ๊กกันมากขึ้น โดยหดตัวลงราวร้อยละ 29.8 ต่อปี (CAGR ตั้งแต่ปี 2556 - 2559)
          การเติบโตของตลาดโทรคมนาคมแบบไร้สายของไทยในปัจจุบันได้อาศัยแรงหนุนมาจากรายได้การให้บริการสื่อสารข้อมูล (Data) เป็นหลัก อันเนื่องมาจากผู้บริโภคไทยมีความต้องการเข้าใช้อินเตอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น ทำให้มีความต้องการใช้โมบายบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตผ่านโครงข่าย 3G/4G เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านความเร็วและปริมาณ จึงส่งผลให้ตลาดการให้บริการสื่อสารข้อมูลเติบโตสูงโดยเฉลี่ยราวร้อยละ 17.8 ต่อปี (CAGR ตั้งแต่ปี 2556 - 2559)
          ในระยะข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าตลาดโทรคมนาคมแบบไร้สายของไทยในปี2560 น่าจะยังมีการขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2559 โดยน่าจะมีมูลค่าตลาดโดยรวมอยู่ที่ประมาณ232,937 - 237,160 ล้านบาท ขยายตัวในกรอบแคบราวร้อยละ 3.6 - 5.5 จากปี 2559 ที่คาดว่าจะขยายตัวราวร้อยละ 5.1 โดยได้รับปัจจัยผลักดันหลักจากตลาดการให้บริการสื่อสารข้อมูลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
          ทั้งนี้ การขยายตัวของตลาดการให้บริการสื่อสารข้อมูลในปี 2560 นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าน่าจะมาจากแรงหนุนหลัก 3 ประการโดยมีรายละเอียดดังนี้
          ประการแรก: กระแสความนิยมในการเข้าใช้โมบายบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตผ่านโครงข่าย 3G/4G ทุกที่ ทุกเวลาในหมู่ผู้บริโภคไทยตามที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งเป็นแนวโน้มต่อเนื่องมาจากปี 2559 โดยเฉพาะความนิยมในการเข้าใช้ 3G/4G เพื่อความบันเทิง ซึ่งการใช้บริการ
          บันเทิงออนไลน์ (Online Entertainment) ดังกล่าว จำเป็นต้องใช้การสื่อสารข้อมูลในปริมาณมาก
          ประการที่สอง: การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดอย่างเข้มข้นของกลุ่มผู้ประกอบการโทรคมนาคมแบบไร้สายภายใต้สภาวะการแข่งขันที่รุนแรง เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาใช้บริการข้อมูลเพิ่มมากขึ้น โดยอาจมีการนำเสนอแพ็กเกจการใช้บริการข้อมูลในรูปแบบที่หลากหลายด้วยราคาที่คุ้มค่า
          ประการที่สาม: ธุรกิจเกิดใหม่อย่างธุรกิจดิจิทัลเทคสตาร์ตอัพ (Digital Tech-Startup) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มต่างๆ ในโลกออนไลน์ ได้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 น่าจะมีกลุ่มผู้ประกอบการรายใหม่ให้ความสนใจและเข้ามาดำเนินธุรกิจในตลาดเพิ่มขึ้น โดยมีการคิดค้นโมเดลทางธุรกิจ ตลอดจนรูปแบบสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่หลากหลายบนโลกออนไลน์ ขณะที่ผู้ประกอบการบางส่วนที่เริ่มเข้ามาดำเนินธุรกิจบ้างแล้วในปี 2559 ก็น่า
          จะมีการดำเนินธุรกิจกันอย่างจริงจังในปี 2560 เช่นกัน ทั้งนี้ หากโมเดลธุรกิจดิจิทัลเทคสตาร์ทอัพดังกล่าว สามารถตอบโจทย์ความต้องการหรือสามารถตอบสนองการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ ก็น่าจะส่งผลให้เกิดการใช้งานโมบายบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอนาคต
          จากปัจจัยผลักดันการใช้งานโมบายบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตตามที่กล่าวมาข้างต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ตลาดการให้บริการสื่อสารข้อมูลของไทยในปี 2560 น่าจะมีมูลค่าสูงถึง153,894 - 157,633 ล้านบาท เติบโตราวร้อยละ 16.7 - 19.6 ชะลอตัวลงจากปี 2559 ที่คาดว่าจะเติบโตราวร้อยละ 21.6 ขณะที่มูลค่าตลาดด้านการให้บริการเสียงในปี 2560 นั้น คาดว่าน่าจะมีมูลค่าประมาณ 78,558 - 79,527 ล้านบาท หดตัวราวร้อยละ 14.5 - 15.5 ซึ่งเป็นการหดตัวต่อเนื่องจากปี 2559 ที่คาดว่าจะหดตัวประมาณร้อยละ 11.8 เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคไทยส่วนใหญ่นิยมติดต่อสื่อสารหรือพูดคุยผ่านสื่อสังคมออนไลน์กันมากขึ้น
          อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่ามูลค่าตลาดการให้บริการสื่อสารข้อมูลในไทยจะยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการใช้งานเป็นจำนวนมาก แต่จะเห็นได้ว่าเป็นการเติบโตในอัตราที่ลดลง นั่นเป็นเพราะสภาพการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดโทรคมนาคมแบบไร้สายที่ผู้ประกอบการแต่ละรายพยายามแย่งชิงหรือรักษาส่วนแบ่งตลาดของตนไว้ โดยออกแพ็กเกจหลากหลายเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าให้หันมาใช้บริการของตนมากขึ้น ส่งผลให้อัตราค่าบริการสื่อสารข้อมูลถูกลง นำมาซึ่งรายได้ต่อเมกะไบต์ของกลุ่มผู้ประกอบการลดลงตามไปด้วย ในขณะที่ผู้บริโภคยังมีการใช้บริการข้อมูลในปริมาณมากจึงยังคงรักษารายได้ของการให้บริการสื่อสารข้อมูลให้เติบโตอยู่ได้ โดยปัจจุบัน อัตราค่าบริการสื่อสารข้อมูลโดยเฉลี่ยมีมูลค่าอยู่เพียง 0.11 บาทต่อเมกะไบต์ ลดลงจากปลายปี 2558 ถึงร้อยละ 57.7
          ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประกอบการโทรคมนาคมแบบไร้สายอาจจำเป็นต้องมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนขยายโครงข่าย 4G อย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2560 ผู้บริโภคไทยจะมีการใช้งานโมบายบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตผ่านโครงข่าย 3G/4G ประมาณ 2.9 กิกะไบต์ต่อคนต่อเดือน ซึ่งเป็นการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ 37.0 จากปี 2559 อย่างไรก็ตามการใช้งานโมบายบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ได้รับแรงผลักดันมาจากกลุ่มผู้ใช้งานเดิมเป็นหลัก ขณะที่จำนวนผู้ใช้งานรายใหม่กลับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงเป็นอย่างมาก
          นอกจากนี้ ผู้ประกอบการโทรคมนาคมแบบไร้สายแต่ละรายอาจต้องมีการเตรียมเงินทุนสำหรับการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz ที่น่าจะมีการเปิดประมูลภายในปี 2560 เพิ่มเติม เพื่อชิงความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ทิศทางธุรกิจโทรคมนาคมแบบไร้สายโดยภาพรวมในระยะข้างหน้า น่าจะมีการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นสูงขึ้น โดยอาจทำให้รายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยรวมขยายตัวได้เพียงเล็กน้อย ในขณะที่ผู้ประกอบการกลับมีต้นทุนที่สูงขึ้น
          ในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการโทรคมนาคมแบบไร้สายได้แสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจการให้บริการบันเทิงออนไลน์ (Online Entertainment) นับว่าเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่กลุ่มผู้ประกอบการโทรคมนาคมแบบไร้สายได้ให้ความสนใจลงทุน
          ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ในปี 2560 ธุรกิจให้บริการบันเทิงออนไลน์น่าจะยังเป็นธุรกิจที่กลุ่มผู้ประกอบการโทรคมนาคมแบบไร้สายมุ่งเน้นให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องต่อจากปี 2559 โดยคาดว่า ผู้ประกอบการอาจทำการตลาดการให้บริการบันเทิงออนไลน์ร่วมกับการให้บริการสื่อสารข้อมูลผ่านโครงข่าย 3G/4G อย่างเข้มข้นมากขึ้น นอกจากนี้ยังคาดว่ากลุ่มผู้ประกอบการโทรคมนาคมแบบไร้สายในไทย น่าจะมีแนวโน้มร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจหรือร่วมทุนกับกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นผู้ให้บริการบันเทิงออนไลน์ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศมากขึ้น
          นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า กลุ่มผู้ประกอบการโทรคมนาคมแบบไร้สายในไทยน่าจะมีการบูรณาการการให้บริการโมบายบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตผ่านโครงข่าย 3G/4G ร่วมกับการให้บริการบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตแบบมีสายผ่านโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติก เพื่อรองรับการให้บริการในรูปแบบอื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการให้บริการระบบบริหารจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือโซลูชั่นทางด้านไอที (IT Solution) บนคลาวด์คอมพิวติ้ง
          ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังมองว่า ผู้ประกอบการโทรคมนาคมแบบไร้สายในไทยน่าจะมีแนวโน้มหาพันธมิตรในด้านการสร้างสรรค์ไอเดียทางธุรกิจใหม่ๆ อย่างธุรกิจดิจิทัลเทคสตาร์ตอัพเพิ่มขึ้น เพื่อขยายกรอบการดำเนินธุรกิจให้กว้างขึ้น โดยทำการคิดค้นโมเดลธุรกิจใหม่ๆ บนโลกออนไลน์ เพื่อให้สามารถนำเสนอรูปแบบการให้บริการอื่นที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคโดยทั่วไปได้เป็นอย่างดี และในขณะเดียวกัน ก็สามารถนำเสนอบริการระบบซอฟต์แวร์หรือโซลูชั่นทางด้านไอทีต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ต่อความต้องการใช้งานของกลุ่มภาคธุรกิจในยุคการแข่งขันที่รุนแรง
          ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการโทรคมนาคมสามารถนำไอเดียใหม่ๆ มาพัฒนาเป็นโมเดลธุรกิจการให้บริการในรูปแบบที่แปลกใหม่บนโลกออนไลน์ โดยเป็นการให้บริการผ่านโครงข่ายบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตทั้งแบบมีสายและไร้สายร่วมกัน ก็น่าจะทำให้การให้บริการเหล่านั้นมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ดังนั้น จะเห็นได้ว่านอกเหนือจากรายได้ที่จะได้รับเพิ่มขึ้นจากการพัฒนารูปแบบการให้บริการทางออนไลน์ในกลุ่มธุรกิจใหม่ตามที่กล่าวมาข้างต้น ผู้ประกอบการโทรคมนาคมก็น่าจะได้รับรายได้จากการให้บริการสื่อสารข้อมูลเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคตซึ่งการมาของยุค IoT (Internet of Things) ซึ่งเป็นยุคที่อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวันสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกันและถูกควบคุมการปฏิบัติการด้วยระบบเซนเซอร์และระบบอินเตอร์เน็ต อาจส่งผลให้การใช้บริการสื่อสารข้อมูลผ่านโครงข่ายบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้นอีกมากในอนาคต