ดีอีปักธงธันวาลุยเน็ตหมู่บ้านดึง''กสทช.''ลงขัน1.1หมื่นล้าน 

 ดีอีลุยเน็ตหมู่บ้าน 1.5 หมื่นล้านบาท มั่นใจธันวาเดินหน้าวางโครงข่ายได้ ลั่น "ทีโอที-แคท" เท่านั้นที่วางเน็ตเวิร์ก  ฟาก กสทช. ตั้งงบฯ 11,000 ล้านบาท ปูพรมพื้นที่ห่างไกล 3,920 หมู่บ้าน เตรียมลงพื้นที่สำรวจเลือกเทคโนโลยีเชื่อมต่อ ขีดเส้นวางโครงข่ายให้เสร็จ ธ.ค. 60

          นางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เป็นที่แน่นอนแล้วว่ารัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงและคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หารือร่วมกัน เพื่อไม่ให้โครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาทที่ดีอีดำเนินการ ซ้ำซ้อนกับโครงการขยายบริการโทรคมนาคมอย่างทั่วถึง (USO) ของ กสทช.

          "กสทช. จะไปทำโซน C พื้นที่ไกล ๆ 3,920 หมู่บ้าน ทั้งยังเสนอว่าจะเป็นผู้ลากสาย เชื่อมไปยังผู้ใช้ปลายทาง (ลาสไมล์) กับโครงข่ายหลักที่กระทรวงเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่ง กสทช.ดำเนินการได้เพราะเงิน USO เหลือเยอะ ดังนั้นนอกจากส่วนที่กระทรวงจะทำ 24,700 กว่าหมู่บ้าน กสทช. จะมีส่วนเข้ามาเสริมอีก"

          ทั้งตั้งเป้าจะลงนามในสัญญาจัดจ้าง ติดตั้งโครงข่ายเน็ตหมู่บ้านภายใน ธ.ค.นี้ โดยผู้ที่เข้ามาดำเนินการวางโครงข่ายมีความจำเป็นต้องเป็นรัฐวิสาหกิจอย่าง บมจ.ทีโอที หรือ บมจ. กสท โทรคมนาคม บริษัทใดบริษัทหนึ่งหรือทั้งคู่จะเข้ามาดำเนินการร่วมกัน เพราะในรัฐธรรมนูญที่รอประกาศใช้ ในมาตรา 56 ระบุชัดเจนว่า โครงสร้างพื้นฐานของรัฐไม่ว่าในด้านใดก็ต้องให้รัฐเป็นเจ้าของไม่น้อยกว่าร้อยละ 51

          "กระทรวงจะไม่ลดสเป็ก TOR (ข้อกำหนดทางเทคนิค) ของโครงการที่ทำไว้แล้ว เราจะเดินหน้าต่อแน่นอน แต่จุดจะ ไม่ทับซ้อนกับ กสทช.และ คสช. มอบหมาย ให้กระทรวงเป็นผู้ติดตามการใช้งบประมาณ 2 หมื่นล้านบาทของ กสทช.ว่ามีความ คุ้มค่าหรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการมาเลยว่า ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ซ้ำซ้อนกับของกระทรวง"

          ส่วนการทบทวนโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านตามข้อท้วงติงของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ขณะนี้ก็มีการหารือร่วมกันอยู่ โดย สตง.เสนอให้กระทรวงใช้งบฯ USO แทน แต่กระทรวงได้มีการชี้แจงแล้วว่า เป็นงานคนละส่วนกัน วัตถุประสงค์และรูปแบบในการใช้งบประมาณ มีความแตกต่างกัน

          ด้านแหล่งข่าวภายในสำนักงาน กสทช.เปิดเผยว่า หลังจาก คสช.ปลดล็อกการใช้เงินตามโครงการ USO ราว 24,000 ล้านบาทให้เรียบร้อยแล้ว จากนี้จะเตรียมดำเนินการโครงการ USO ใน 3,920 หมู่บ้าน ตามที่ ตกลงร่วมกับกระทรวงดีอีไว้แล้ว ซึ่งจะเป็นพื้นที่โซน C ที่เป็นพื้นที่ห่างไกล โดยเตรียมจ้างที่ปรึกษาในการลงพื้นที่สำรวจเพื่อออกแบบเทคโนโลยีที่จะใช้ในการเชื่อมต่อ ให้เหมาะสมในแต่ละจุดรวมถึงประมาณการต้นทุน คาดว่าอีกราว 2 สัปดาห์จะสามารถประกาศเชิญชวนทั้งบริษัทเอกชนและสถาบันการศึกษาที่จะเข้ามาเสนอราคาได้ และในเดือน ธ.ค.นี้จะได้ผลการศึกษาทั้งหมด ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างติดตั้งโครงการ ซึ่งทั้งหมดต้องติดตั้งแล้วเสร็จภายใน ธ.ค. ปี 2560 ตามกรอบที่รัฐบาลได้กำชับไว้

          "กสทช.เคยสำรวจตามแผน USO เดิมไว้แล้ว แต่ผ่านมา 2 ปีกว่าแล้ว ซึ่งปัจจุบันสภาพภูมิศาสตร์และโครงข่ายที่เข้าไปถึงมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว"

          สำหรับงบประมาณดำเนินงานจะอยู่ราว 11,000 ล้านบาท ซึ่งจะรวมทั้งการติดตั้ง โครงข่ายอินเทอร์เน็ตไปยังทั้ง 3,920 หมู่บ้าน การสร้างศูนย์อินเทอร์เน็ตหมู่บ้านละ 1 แห่ง ตามรูปแบบและพื้นที่ที่กำหนด ค่าบริการอินเทอร์เน็ตเป็นเวลา 3 ปี ด้วยความเร็วดาวน์โหลด 30 Mbps./อัพโหลด 10 Mbps. ตามกรอบที่รัฐบาลกำหนด รวมถึงค่าน้ำค่าไฟค่าบริหารจัดการศูนย์ ทั้งยังรวมค่าใช้จ่ายสำหรับกรณีพื้นที่ที่ต้องใช้การเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านระบบดาวเทียมหรือจำเป็นต้องใช้ระบบไฟฟ้าผ่านแผงพลังงานแสงอาทิตย์ด้วย

          ส่วนรูปแบบของสิทธิ์ในการใช้โครงข่ายของผู้ชนะการประกวดราคาติดตั้ง อาจจะ ต้องมีการปรับปรุง เพราะต้องรอความชัดเจน จากรัฐบาลว่า ต้องการให้นำโครงข่ายส่วนนี้ เข้าไปรวมอยู่ในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลเตรียมจะตั้งขึ้นหรือไม่