พระอัจฉริยภาพ"ไอที-สื่อสาร"พระบิดาแห่งเทคโนโลยีไทย

 ปี 2543 คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบถวายการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในฐานะที่ทรงเป็น "พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย" ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2543 พร้อมกำหนดให้วันที่ 19 ตุลาคม ของทุกปีเป็น "วันเทคโนโลยีของไทย" เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงอำนวยการสาธิตฝนเทียมสูตรใหม่ครั้งแรกของโลก
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงนำความรู้ทางสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในทุกสาขาวิชามาใช้ในการพัฒนา ทุกแขนง ทุกโครงการที่มีพระราชดำริและ ประทานแก่ประชาชน ล้วนมีวิธีดำเนินการได้ง่าย ไม่ยุ่งยากซ้ำซ้อน สอดคล้อง ระบบนิเวศโดยรวมของธรรมชาติ และสภาพสังคมของชุมชนนั้นๆ
          ไม่ทรงปิดกั้นเทคโนโลยีใหม่จากต่างประเทศ แต่ทรงเน้นว่าจะต้องเลือกใช้ เทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์มาปรับปรุงใช้ได้ดีพอ เหมาะกับสภาพและฐานะของ ประเทศ
          วิทยาการด้านเทคโนโลยีที่ทรงนำมาใช้ในการพัฒนานั้นมีหลายด้าน เช่น การเกษตร การบริหารจัดการน้ำ ทรงนำเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยุสื่อสาร ดาวเทียม และ คอมพิวเตอร์มาใช้ทรงงาน ช่วยเหลือเกษตรกรในภาวะฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง เพิ่มปริมาณน้ำฝนให้แก่อ่างและเขื่อน เก็บกักน้ำเพื่อการชลประทาน การผลิต กระแสไฟฟ้า
          ปี 2495 พระองค์ทรงจัดตั้งสถานีวิทยุ อ.ส.ขึ้นในพระราชวังสวนดุสิต ต่อมา จึงย้ายไปตั้งในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชประสงค์ที่ทรง ตั้งสถานีวิทยุ อ.ส.คือให้พสกนิกรมีโอกาสติดต่อกับพระองค์ได้ง่ายขึ้น สถานีวิทยุ ยังทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือผู้ประสบเคราะห์กรรมจากภัยพิบัติต่างๆ
          ทรงประดิษฐ์อักษรไทยในคอมพ์
          ขณะที่ คอมพิวเตอร์ส่วนพระองค์เครื่องแรกที่ใช้ทรงงาน คือ Macintosh Plus ผู้ทูลเกล้าฯ ถวาย คือ ม.ล.อัศนี ปราโมช ทรงใช้สร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อการประมวลผลข้อมูลด้วยพระองค์เอง ทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทย ทรงใช้ เพื่อบันทึกพระราชกรณียกิจต่างๆ รวมถึง ทรงใช้ประดิษฐ์ ส.ค.ส. อวยพรปีใหม่ ให้กับประชาชนชาวไทยตลอดทุกปี ทรงประดิษฐ์อักษรไทยไว้หลายแบบ พระองค์ ยังทรงใช้ Macintosh Plus ในงานทางด้านดนตรี ทรงใช้ในการประพันธ์เพลง บันทึกโน้ตเพลง และเนื้อร้อง ด้วยพระองค์เอง
          คอมพิวเตอร์ เครื่องที่ 2 ของพระองค์ท่าน คือ คอมพิวเตอร์ IBM PC Compatible ทรงสร้างโปรแกรมใหม่ๆ ขึ้นมา รวมทั้งเทคนิคด้านการใช้งานของคอมพิวเตอร์ ทรงเปิดเครื่องออกเพื่อดูระบบต่างๆ ภายในด้วยพระองค์เอง ทรงปรับปรุงซอฟต์แวร์ ทรงแก้ไข โปรแกรมใช้งานส่วนพระองค์ ทรงสนพระทัยศึกษาพัฒนาซอฟต์แวร์ต่างๆ และทรงใช้คอมพิวเตอร์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานในพระราชกรณียกิจของพระองค์ด้วย
          เครื่องรับวิทยุส่วนพระองค์
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ยังทรงสนพระทัยด้านการสื่อสารตั้งแต่ทรงพระเยาว์ "...ทรงทดลองต่อสายไฟพ่วงขนานกับลำโพงขยาย ของเครื่องรับวิทยุส่วนพระองค์ ที่ผลิตจากประเทศสวีเดน ยี่ห้อ 'Centrum' จากห้องที่ประทับพระองค์ท่านไปยังห้องที่ประทับ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทั้งสองพระองค์ทรงพอพระทัยในบริการเสียงตามสายไม่น้อย..." (สุชาติ เผือกสกนธ์, วันสื่อสารแห่งชาติ : 2530)
          พระองค์ทรงมีดำริให้พัฒนาด้านระบบวิทยุสื่อสารอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง รับส่งได้ไกลยิ่งขึ้น ดังจะเห็นพระองค์ทรงใช้เครื่องมือสื่อสารพกติดพระองค์ เพื่อประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ อยู่เสมอ สิ่งที่พระองค์ทรงขาดไม่ได้ คือ การสดับตรับฟังข่าวทุกข์สุขของประชาชน ดังเช่นระหว่างการเสด็จเยี่ยมราษฎรได้ทรงพบว่า มีผู้ใดกำลังเจ็บป่วย จำเป็นต้องบำบัดรักษา จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะแพทย์ผู้ตามเสด็จดูแลตรวจรักษาทันที
          บางรายที่อาการป่วยหนัก จำเป็นต้องส่งตัวเข้าบำบัดรักษาในโรงพยาบาลท้องถิ่นหรือโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครโดยเร็ว หากมีเวลาเพียงพอ พระองค์ท่านจะรับสั่ง ผ่านทางวิทยุถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจตระเวนชายแดน ขอรับการสนับสนุนเรื่อง การขนส่ง เช่น เฮลิคอปเตอร์ เพื่อนำผู้ป่วยเจ็บส่งยังที่หมายปลายทางด้วยพระองค์เอง
          พระอัจฉริยะด้านการถ่ายภาพ
          เช่นเดียวกับภาพที่ชินตาของพสกนิกร ยามเมื่อเสด็จไปในที่ต่างๆ มักเห็นภาพของพระองค์มีกล้องข้างพระวรกายอยู่เสมอ ท่านทรงมีความสนใจในศิลปะด้านการถ่ายภาพมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ข้อมูลระบุว่า การโปรดการถ่ายภาพทรงได้ต้นแบบมาจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระองค์ทรงพกกล้องถ่ายภาพ และมีอิริยาบถของ นักถ่ายภาพ ไม่ว่าจะไปยังที่ใด ทุรกันดารแค่ไหน พระองค์มีกล้องข้างพระวรกายอยู่เสมอ
          ท่านทรงใช้ในการบันทึกภาพทั้งบุคคล และสภาพภูมิประเทศ เพื่อใช้ประกอบการแก้ปัญหาในพระราชกรณียกิจ
          พระราชทานนามดาวเทียมดวงแรก
          ดาวเทียมไทยคม นับว่า เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้การสื่อสารโทรคมนาคมของไทย ก้าวสู่ยุคแห่งความล้ำหน้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามดาวเทียมสื่อสารแห่งชาติดวงแรกอย่างเป็นทางการว่า "ไทยคม" ("THAICOM") มาจากคำว่า Thai Communications หรือ ไทยคมนาคม เพื่อเป็นสัญญลักษณ์การเชื่อมโยงประเทศไทยกับเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ ดาวเทียมได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการสนองพระราชดำริ เรื่องของการศึกษา
          นายขวัญแก้ว วัชโรทัย เป็นผู้สนองพระราชภารกิจที่โรงเรียนไกลกังวล หัวหิน ได้นำดาวเทียมไทยคม เข้าไปใช้ในกิจการด้านการเรียนการสอน เจตนารมณ์ดังกล่าว เป็นการสนองตอบความต้องการของประชาชน และเป็นการปรับปรุงในเรื่องของ การศึกษาให้สอดคล้องกับยุคสมัย สนองพระบรมราโชบายทางการศึกษา
          ข้อมูลบางส่วนจาก  : www.เรารักพระเจ้าอยู่หัว.com , http://www.softbizplus.com/our-king/658-our-king-with-technology , www.thaiware.com