กทค.ห้ามค่ายมือถือ ปัดลูกค้าปิดเบอร์

 โพสต์ทูเดย์ - กทค.ประเดิมใช้กฎเหล็กฟันค่ายมือถือ ปฏิเสธการยกเลิกเบอร์ มือถือ ถือว่าเอาเปรียบผู้บริโภค ปรับสูงสุด 5 ล้าน
          ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) วันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา มีมติกรณีผู้ให้บริการโทรคมนาคมปฏิเสธคำขอยกเลิกใช้บริการว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำประกาศ กสทช. เรื่องการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ 2558 มาบังคับใช้
          ทั้งนี้ มติดังกล่าวสืบเนื่องจากที่ประชุม กทค. พิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภค กรณีใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต แต่เมื่อไปแจ้งขอยกเลิกเบอร์ที่ศูนย์บริการแห่งหนึ่งใน จ.ชัยนาท กลับถูกพนักงานปฏิเสธ อ้างว่าไม่สามารถยกเลิกให้ได้ หากต้องการยกเลิกต้องไปติดต่อที่สำนักงานใหญ่เท่านั้น แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงโปรโมชั่นจากเหมาจ่ายรายเดือน 399 บาท เป็นจ่ายรายเดือน 59 บาท ต่อมาผู้บริโภคทำเครื่องมือถือหาย จึงแจ้งขอระงับสัญญาณ แต่หลังจากนั้นยังคงถูกเรียกเก็บค่าบริการอีก
          ที่ประชุม กทค.มีมติว่าดีแทคสามารถเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนตามโปรโมชั่น 399 บาท ได้จนถึงวันที่ผู้บริโภคเริ่มต้นใช้โปรโมชั่นใหม่ และหลังจากนั้นมีสิทธิเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 59 บาท จนถึงวันที่แจ้งระงับสัญญาณ ส่วนการที่สำนักงานสาขาปฏิเสธการขอยกเลิกเลขหมายของผู้ใช้บริการนั้น กทค. เห็นว่าเป็นการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค
          นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กทค. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า กทค.มีมติว่าการปฏิเสธคำขอยกเลิกใช้บริการถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคขั้นตอนต่อไปคือ สำนักงาน กสทช.ต้องไปดำเนินการต่อด้วยการแจ้งไปยังผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อให้มีผลบังคับใช้เป็นการทั่วไป
          "ชัดเจนว่าต่อไปนี้ห้ามบริษัทมือถือปฏิเสธลูกค้าที่ต้องการขอยกเลิกบริการ จะมาอ้างว่าเป็นแค่ศูนย์บริการสาขาแล้วดำเนินการให้ไม่ได้นั้น ถือว่าไม่ถูกต้อง ยกเว้นตัวแทนจำหน่ายซิมการ์ดของบริษัทที่ไม่สามารถปิดบริการให้ได้ ดังนั้น ถ้าผู้บริโภคพบการกระทำลักษณะนี้ อยากให้ร้องเรียนมาที่สำนักงาน กสทช. หากผู้ให้บริการรายใดยังฝ่าฝืนก็จะมีโทษปรับไม่เกิน 5 ล้านบาท และปรับได้อีกวันละไม่เกิน 1 แสนบาท ตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติตาม" นพ.ประวิทย์ กล่าว