TRUEส่อขาดทุน1.3พันล้านQ3 เหตุบุ๊คค่าตัดจำหน่ายไลเซนส์คลื่น 900 MHz

 เหตุบุ๊คค่าตัดจำหน่ายไลเซนส์คลื่น 900 MHz
          “ทรู” ไตรมาส 3/59 จ่อขาดทุนอ่วม 1,300 ล้านบาท เหตุเริ่มบุ๊คค่าตัดจำหน่ายไลเซนส์คลื่น 900 MHz และบันทึกลิขสิทธิ์รายการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ  โบรกฯ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.47 บาท
          นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ขณะนี้ทางฝ่ายวิเคราะห์ได้คาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/59 ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE จะมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 1,300 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/59 ที่มีขาดทุนสุทธิ 369 ล้านบาท และขาดทุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,050 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
          โดยบริษัทมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเนื่องจาก True move H ต้องเริ่มบันทึกค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตคลื่น 900 MHz ตั้งแต่ช่วงต้นไตรมาส 3/59 เป็นต้นไป หรือคิดเป็นไตรมาสละ 1,300 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับโครงข่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของ True Vision จากลิขสิทธิ์รายการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ (English Premier League หรือ EPL) ซึ่งเริ่มฤดูกาลมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559
          นอกจากนี้ยังคาดว่าบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหลังดีลระหว่าง TRUE-CAT มีข้อสรุป สำหรับจากการใช้คลื่น 850 MHz โดยจะเริ่มรับรู้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 เป็นต้นไป
          ขณะที่ภาพรวมรายได้ในไตรมาส 3/59 นั้นมีสัญญาณที่ดีขึ้น เนื่องจากมีรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 28,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการที่ True move H สามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าที่มี ARPU สูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับคาดว่าจะมีรายได้จาก True Vision จะเพิ่มขึ้นทั้งรายได้ค่าบริการ และรายได้ค่าโฆษณา แม้ว่ารายได้จาก True online (โทรศัพท์พื้นฐาน และอินเทอร์เน็ต) จะชะลอตัวลง เนื่องจากมีการให้ส่วนลดแก่ลูกค้าองค์กร
          อย่างไรก็ตาม ถึงแม้แนวโน้มรายได้จากการให้บริการของ TRUE ในไตรมาส 3/59 จะเพิ่มขึ้น แต่คาดรายได้รวมน่าจะทรงตัวอยู่ที่ 30,900 ล้านบาท เนื่องจากคาดยอดขายเครื่องโทรศัพท์มือถือในไตรมาส 3/59 จะลดลงเหลือ 2,800 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนที่มียอดขาย 3,500 ล้านบาท หรือลดลงกว่า 20% จากไตรมาสก่อน
          อีกทั้งยังคาดต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะยังกดดันผลประกอบการต่อไปอีกในไตรมาส 4/59 แม้รายได้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการเติบโตของทั้งรายได้จากการให้บริการ และการขายเครื่องโทรศัพท์มือถือ จากการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลส่งท้ายปี
          แต่อย่างไรก็ตามคิดว่าการเติบโตของรายได้จะถูกหักล้างด้วยต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เพราะไตรมาส 4/59 จะเป็นไตรมาสแรกที่ TRUE ต้องบันทึกต้นทุนต่อไปนี้เต็มไตรมาส คือ 1.ต้นทุนจากลิขสิทธิ์รายการ EPL, 2.ต้นทุนของดีล TRUE-CAT สำหรบการใช้คลื่น 850 MHz นอกจากนี้คาดบริษัทจะยังมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับโครงข่ายเพิ่มขึ้นตามขยายโครงข่าย 4G อีกด้วย
          โดยฝ่ายวิเคราะห์ยังไม่มีคำแนะนำสำหรับหุ้น TRUE เพราะกำลังอยู่ระหว่างการทบทวนประมาณการ แต่ Bloomberg consensus คาดว่าผลประกอบการของ TRUE จะพลิกจากที่มีกำไร 4,400 ล้านบาทในปี 2558 มาเป็นขาดทุน 1,600 ล้านบาท ในปี 2559 และในปี 2560 จะขาดทุนต่ออีก 1,200 ล้านบาท ทั้งนี้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยตาม consensus อยู่ที่ 7.47 บาท โดย 48% แนะนำให้ขาย, 28% แนะนำให้ถือ และมีเพียง 24% แนะนำให้ซื้อ