"เอไอเอส"ปรับโครงสร้างองค์กรเร่งสปีดโกดิจิทัลไลฟ์เซอร์วิส

"เอไอเอส" ปรับโครงสร้าง-เพิ่มตำแหน่ง "ซีซีโอ-ซีเอสโอ" เร่งสปีดแข่งขัน-รองรับองค์กรมุ่ง "ดิจิทัลไลฟ์เซอร์วิส" ลั่นขอยึดเบอร์ 1 ครองแชร์รายได้ 50%
          นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับโครงสร้างภายในองค์กร และเพิ่มตำแหน่งใหม่ เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนแปลงองค์กรจากผู้ให้มือถือ ไปยังผู้ให้บริการดิจิทัลไลฟ์ ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ายุคดิจิทัลได้รวดเร็วขึ้น โดยแต่งตั้งนายฮุย เวงชอง เป็นกรรมการผู้อำนวยการ (President) รับผิดชอบงานด้านการตลาด, การพัฒนาโครงข่าย, การดูแลลูกค้าและบริการ เป็นต้น และเพิ่ม 2 ตำแหน่งใหม่ ได้แก่ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านองค์กร (Chief Corporate Office : CCO) รับผิดชอบงานธุรกิจสัมพันธ์, กฎหมาย รวมถึงโครงสร้างองค์กรใหม่ มีนายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร ดูแล
          อีกตำแหน่ง คือ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการวางแผนกลยุทธ์ (Chief Strategy Office : CSO) อยู่ระหว่างการสรรหา ผู้บริหาร ตนจึงนั่งรักษาการไปก่อน
          "ต่อไปธุรกิจจะมีความซับซ้อนขึ้น ไม่ใช่มีแค่ไลเซนส์โมบายอย่างเดียว เช่น เรื่องสตาร์ตอัพ เราจะทำเรื่องพาร์ตเนอร์ชิปมากขึ้น มีบิสซิเนสพาร์ตเนอร์เพิ่มขึ้น ทุกองค์กรต้องเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เปลี่ยนจะอยู่ไม่ได้ เอไอเอสแข็งแรงขนาดนี้ก็ยังต้องเปลี่ยน แต่การเป็นเรือลำใหญ่ ถ้าหมุนเร็วอาจล่มได้ ดังนั้นจึงต้องสร้างให้เกิดเรือลำเล็ก ๆ ให้ทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ ก่อน เพราะคล่องตัวกว่า ถ้าทำออกมาแล้วดี เรือใหญ่ค่อยหันตามมาได้"
          สำหรับโครงสร้างใหม่ทำมาตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้ว มีผล 1 ต.ค.ไม่เกี่ยวกับกรณีสิงเทลซื้อหุ้นเพิ่มในเอไอเอสแต่อย่างใด แต่เป็นการวางโครงสร้างองค์กรเผื่ออนาคต เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปรับองค์กรไปสู่การเป็น "ดิจิทัลไลฟ์เซอร์วิส โพรไวเดอร์ ใน 3-5 ปี ซึ่งจะเป็นไปได้ต้องทำทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยฝั่งฮาร์ดแวร์มีการลงทุนฟิกซ์บรอดแบนด์, การสร้างดิจิทัลคอนเทนต์ และแอปพลิเคชั่น ต่าง ๆ ใน 5 แพลตฟอร์มทั้งวิดีโอแพลตฟอร์ม, เกมแพลตฟอร์ม, โมบายมันนี่, คลาวด์คอมพิวติ้ง และเอ็มทูเอ็ม ส่วนด้านซอฟต์แวร์จะเกี่ยวกับบุคลากร ซึ่งโครงสร้างองค์กรล่าสุดจะช่วยได้มาก ทำให้การทำงานคล่องตัวขึ้น
          นายสมชัยกล่าวว่า ยังมีเป้าหมายที่การเป็นผู้ให้บริการที่มีส่วนแบ่งตลาดในแง่รายได้ อันดับ 1 ที่แชร์ไม่ต่ำกว่า 50% ปัจจุบันที่ 49.5% คาดว่าในสิ้นปีจะกลับมาที่ 50%