''แคท''เปิดตัวบริการใหม่รับองค์กรใช้แชตแทนโทร.

  "แคท" เปิดตัว "แคท แชต" บริการแอพสำหรับองค์กรเอกชนที่ต้องการความปลอดภัยกว่า แชต สาธารณะ ชูจุดแตกต่างใช้ฐานข้อมูลบุคลากรแทน ไอดี เพิ่มความสะดวกและสามารถบริหารจัดการกลุ่มสนทนาได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพตามนโยบายองค์กร

          นายเปรมชัย ใจกว้าง ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ แคทเปิดเผยว่า แคท  ได้พัฒนาแอพพลิเคชัน "แคท แชต" อีกหนึ่งบริการของกลุ่มธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับเทรนด์องค์กรปัจจุบันที่นิยมใช้การ แชต แทนการโทรศัพท์มากขึ้น ซึ่งการใช้แอพ แชตสาธารณะยังไม่ตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยทางธุรกิจ "แคท แชต" จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย  ทั้งนี้ "แคท แชต" มุ่งเน้นเป้าหมายที่ธุรกิจภาคเอกชน  โดยเฉพาะองค์กรด้านการศึกษา

          อย่างไรก็ตามนอกจากความปลอดภัย แคท แชต ยังเน้นการออกแบบระบบที่รองรับการสื่อสารภายในองค์กรโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นจุดแตกต่างชัดเจนจากแอพแชตสาธารณะ เช่น ห้องสนทนาใน แคท แชต ใช้การดึงสมาชิกโดยตรงจากรายชื่อฐานข้อมูลบุคลากรตามโครงสร้างองค์กรจริง ไม่ต้องใช้ ไอดี หรือเบอร์โทรศัพท์  เพิ่มความสะดวกและผู้ดูแลควบคุม แต่ละห้องสนทนาสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          ด้านฟีเจอร์หลักนอกจากการส่งข้อความ ไฟล์ภาพและเสียง แคท แชต ยังสามารถแสดงรายชื่อผู้อ่าน และมีความหลากหลายของฟังก์ชันห้องแชตที่สร้างบรรยากาศการสื่อสารเสมือนจริง อาทิ การระบุตำแหน่งสมาชิกและแสดงแบบ Real time location (ในทันทีทันใด)  ห้องแชตลับ  โดยข้อมูลจะหายไปเมื่อผู้สนทนาออกจากห้อง  ห้องแจ้งข่าวสาร(Broadcast)  การแจ้งเตือนเหตุเฉพาะพื้นที่ (Alert) ห้องอีเวนต์สำหรับกิจกรรมภายในองค์กรพร้อมฟีเจอร์แบบสำรวจความคิดเห็นและประมวลผลเป็นกราฟทันที การประชุมผ่านเสียงและวิดีโอ มัลติ ปาร์ตี้  และลูกเล่นในการสร้างสติกเกอร์ขององค์กรได้เองโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

          "กลุ่มเป้าหมายหลักของ แคท แชต คือ ธุรกิจการเรียนการสอน เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถาบันกวดวิชาและสถาบันด้านการฝึกอบรม โดยมีแนวทางทำตลาดทั้งขายย่อยเป็นแพ็กเกจและการนำเสนอร่วมกับบริการ แคท-อีเลิร์นนิ่ง และ แคท คอนเฟอเรนซ์ ในรูปแบบโซลูชันครบวงจร ซึ่งคาดว่าหลังจากเปิดบริการเป็นทางการในวันที่ 11 ตุลาคมนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีโดยตั้งเป้า 1 แสนไลเซนส์ในปีแรก"