ทีโอทีติดระบบฉุกเฉินตู้โทรศัพท์ช่วยชีวิต

ทีโอทีผนึก สพฉ.ติดตั้งระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินในโครงการตู้โทรศัพท์ช่วยชีวิต 300 ตู้ ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ภายในปี 2562 เพิ่มรายได้กลุ่มโทรศัพท์สาธารณะ
          นายจุมพล ธนะโสภณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่ และ บรอดแบนด์ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน)เปิดเผยว่า ทีโอที ได้ร่วมมือกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)ติดตั้งเครื่อง AED (Automated External Defibrillator)ในโครงการตู้โทรศัพท์ช่วยชีวิต ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ โดยเลือกสถานที่ที่มีโอกาสและความเสี่ยงในการเกิดภาวะ ฉุกเฉินนอกสถานพยาบาล และสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะมีประชาชน เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน อาทิ สถานีรถไฟ สถานีรถโดยสารประจำทาง หรือสนามกีฬา เป็นต้น
          อย่างไรก็ตาม ระหว่างปี 2559-2560 จะติดตั้งจำนวน 100 ตู้ จากนั้นในปี 2561 จะติดตั้งเพิ่มอีก 100 ตู้ และอีก 100 ตู้ ในปี 2562 รวมเป็น 300 ตู้ โดยทีโอทีจะมีรายได้จากการให้เช่าตู้ 1,300 บาทต่อเดือนต่อตู้ ทั้งนี้ตู้โทรศัพท์ช่วยชีวิตสามารถโทรฯแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ฟรี เมื่อยกหูและกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว ภายในตู้โทรศัพท์จะมีเครื่องมือเบื้องต้นในการช่วยเหลือ อาทิ ชุด Frist aid, ชุด PPE และชุดเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และยังมีจอทีวีสอนการช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้น โดยการทำงานของตู้จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่นำสมัย เพื่อให้ผู้แจ้งเหตุใช้งานง่ายขึ้น เมื่อมีการเปิดตู้ ระบบ AED จะส่งสัญญาณแสงและเสียง พร้อมระบบ GPS ระบุสถานที่ของตู้จุดเกิดเหตุ หลังจากนั้นระบบบันทึกเสียงจะเริ่มทำงานอัตโนมัติ ผู้แจ้งเหตุสามารถติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ได้ทั้งภาพและเสียง พร้อมเอกสารแนะนำเบอร์ฉุกเฉิน ต่าง ๆ อีกด้วย
          น.พ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการ สพฉ. กล่าวว่า ตามหลักแล้วหากสมองคนเราขาดออกซิเจนไปเลี้ยงเกินกว่า 4 นาที จะมีผลทำให้เกิดการสูญเสียของเซลล์สมองบางส่วนไปได้อย่างถาวร แม้หัวใจจะสามารถกลับมาเต้นใหม่ได้ในภายหลัง แต่สมองส่วนที่เสียไปแล้วจะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถฟื้นคืนสติกลับมาได้สมบูรณ์ดังเดิม ดังนั้นการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานหรือที่เรียกว่า CPR จึงถือเป็นหนึ่งวิธีการที่จะยื้อชีวิตของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหันได้เป็นอย่างดี และการช่วยฟื้นคืนชีพจะได้ผลดีต้องทำควบคู่กับการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือ AED ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดได้ถึง 45%.