ทีโอทีจ๊าก!มีเงินหยอดตู้แค่200บ. ผุดโทรศัพท์ช่วยชีวิตดันรายได้ 

นายจุมพล ธนะโสภณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่และบรอดแบนด์ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงานลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) การเตรียมพร้อมการติดตั้ง และการฝึกใช้เครื่องออโตเมติก เอ็กซ์เทอร์นอล ดีฟิบริลเลเตอร์ (เออีดี) ในโครงการตู้โทรศัพท์ช่วยชีวิต ระหว่าง ทีโอที และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) ว่า บริการตู้โทรศัพท์ช่วยชีวิต เป็นบริการที่สามารถโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ฟรี เมื่อยกหูและกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว ซึ่งภายในตู้โทรศัพท์จะมีเครื่องมือเบื้องต้นในการช่วยเหลือ อาทิ ยาล้างแผล ผ้าพันแผล ชุดถุงมือ และชุดเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีจอทีวีฉายวีทีอาร์สอนการช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้น โดยการทำงานของตู้มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่นำสมัย ทำให้ผู้แจ้งเหตุใช้งานง่าย และรวดเร็วมากขึ้น อีกทั้งเมื่อมีการเปิดตู้ ระบบจะส่งสัญญาณ แสงและเสียง พร้อมระบบจีพีเอส ระบุสถานที่ของตู้จุดเกิดเหตุ หลังจากนั้นระบบบันทึกเสียงจะเริ่มทำงาน โดยอัตโนมัติ ผู้แจ้งเหตุสามารถติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ได้ทั้งภาพและเสียง นอกจากนี้ภายในตู้ยังมีเอกสาร แนะนำเบอร์ฉุกเฉินต่างๆเช่นกัน

          นายจุมพลกล่าวว่า ทีโอทีได้ลงนามความร่วมมือในโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปี 2559-2562 โดยในปี 2559-2560 จะติดตั้ง 100 ตู้ จากนั้นในปี 2561 จะติดตั้งเพิ่มอีก 100 ตู้ และ ปี 2562 อีก 100 ตู้ รวมเป็น 300 ตู้ โดยทีโอทีจะมีรายได้จากการให้เช่าตู้ตู้ละประมาณ 1,300 บาทต่อเดือน ซึ่งปัจจุบันทีโอทียังคงมีตู้โทรศัพท์สาธารณะอยู่ราว 1.2 แสนตู้ แบ่งเป็นเขตนครหลวง 2 หมื่นตู้ และ 1 แสนตู้ ในเขตภูมิภาค ซึ่งยังมีรายได้เฉลี่ยต่อตู้ต่อเดือนอยู่ที่ 200 บาท คิดเป็นรายได้ต่อปีที่ 288 ล้านบาท ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ทีโอทีด้วย นอกจากนี้ ทีโอทียังมีรายได้จากการให้เช่าตู้เพื่อติดตั้งป้ายโฆษณาด้วย ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อตู้ต่อเดือนที่ 800 บาท แต่มีเพียงไม่กี่ตู้เฉพาะในเขตเมืองเท่านั้น และในอนาคตมีแผนใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะเป็นจุดติดตั้งฮอตสปอตไวไฟเพื่อให้บริการในแหล่งชุมชน เช่น สถานีขนส่ง โรงเรียนกวดวิชา รถไฟฟ้า เป็นต้น

          นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการ สพฉ. กล่าวว่า การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานถือเป็นหนึ่งวิธีการที่จะยื้อชีวิตของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหันได้เป็นอย่างดี