ตั้งกองทุนดิจิทัลไทยแลนด์2หมื่นล. ฟื้นบรอดแบนด์แห่งชาติรวมเน็ตเวิร์กทีโอที-แคท

กระทรวง "ดีอี" ประเดิมโครงการเร่งด่วน ตั้งกองทุนดิจิทัลไทยแลนด์ 2 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าระดมทุนปี'60 ดึงโครงข่าย เน็ตหมู่บ้านเป็นทุนตั้งต้น เตรียมสรุปผลการศึกษาของ "ดีลอยท์ฯ" ปั้นโมเดล "NBN Co" รวบโครงข่ายบรอดแบนด์ "ทีโอที-แคท" ตามมติ คนร. ร่วมแจม ปักธง "ปตท." เป็นต้นแบบบริหารงาน
          นางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผย ว่า การจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทยแลนด์ เป็นหนึ่งในโครงการเร่งด่วนที่กระทรวงดีอีต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จภายใน 1 ปี 6 เดือนจากนี้ เนื่องจากการตั้งกองทุนได้ระบุไว้ใน พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งขณะนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กำลังพิจารณา ซึ่งกองทุนนี้จะนำการลงทุนของภาครัฐในอดีตที่เป็นทรัพย์สินของ บมจ. ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม เข้ามา เป็นทรัพย์สินของกองทุน แต่ในเบื้องต้นจะใช้โครงการวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านกับโครงการยกระดับเกตเวย์ระหว่างประเทศ รวมงบประมาณทั้งปี 2559 และปี 2560 รวมกันราว 20,000 ล้านบาท เป็นประเดิมก่อน เพื่อให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ที่เอกชนสามารถเข้ามาร่วมได้ เพราะงบประมาณภาครัฐไม่ได้มีมาก การระดมทุนเพื่อนำมาสร้างขยายโครงข่ายต่อเนื่อง
          ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้บริษัท ที่ปรึกษา "ดีลอยท์ฯ" ทำแผนโครงการบรอดแบนด์แห่งชาติอยู่ คาดว่าปีหน้าจะเปิด ระดมทุนได้
          ด้านนายวิษณุ ชุติมาชูทิศ ผู้จัดการอาวุโส บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ ที่ปรึกษา จำกัด เปิดเผยว่า ผลจากการศึกษาโครงการพัฒนาบริการบรอดแบนด์ในประเทศไทยและโครงการสื่อสารบรอดแบนด์แห่งชาติ ตามที่ได้รับมอบหมาย จากกระทรวง พบว่า โมเดลที่เหมาะสมในการพัฒนาโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติในประเทศไทย คือการตั้งองค์กรกลางจัดการโครงข่ายสื่อสารบรอดแบนด์แห่งชาติ (NBN Co) ที่จะมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่มีการบริหารจัดการพิเศษเพื่อไม่ให้มีข้อจำกัดในการบริหารงานตามกฎระเบียบของภาครัฐที่อาจจะเป็นอุปสรรคในการขยายโครงข่าย โดยมี บมจ.ปตท.เป็นต้นแบบในการบริหารจัดการ
          ขณะที่ทรัพย์สินที่จะนำมารวมตั้งเป็น NBN Co นั้น จะมาจากในส่วนของกระทรวงดีอี คือโครงข่ายอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน มูลค่า 15,000 ล้านบาท กับส่วนของโครงข่ายภายในประเทศของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคมที่จะต้องนำมารวมกันตามมติของคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่ให้ทั้ง 2 บริษัท รวมทรัพย์สิน ตั้งบริษัทร่วมทุนกัน เพื่อให้เกิดการ บูรณาการโครงข่าย โดย NBN Co จะทำธุรกิจค้าส่งโครงข่ายในประเทศ ในลักษณะโอเพ่น แอ็กเซส ที่ผู้ให้บริการทุกรายเข้ามาเชื่อมต่อ เพื่อนำไปให้บริการลูกค้ารายย่อยได้ โดยจะมีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้กำกับราคาค่าเช่า เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดหรือเอาเปรียบกับผู้ประกอบการ
          สำหรับกรอบเวลาตามแผนงาน คือจะตั้ง NBN Co ให้ได้ภายในปีนี้ และนำทรัพย์สินโครงข่ายร่วมของทีโอทีและแคทเข้ามารวมได้ในปีหน้า ก่อนเริ่มขยายโครงข่ายเพิ่ม โดยได้รับเงินสนับสนุน การลงทุนจากรัฐบาล ตั้งเป้าให้พื้นที่บริการบรอดแบนด์ครอบคลุม 95% ของประชากรในปี 2563 ด้วยความเร็วไม่น้อยกว่า 30 Mbps และเพื่อให้การดำเนินการของ NBN Co ยั่งยืน จะต้องเปิดรับการระดมทุนจากภาคเอกชน อาทิ การตั้งเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่ควรเป็นโมเดลที่รัฐจะถือหุ้นไม่น้อยกว่า 51%
          "ทีมวิจัยได้เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะครบถ้วนตามข้อกำหนดของกระทรวงแล้ว จากนี้จะสรุปผลการศึกษา และทางกระทรวงจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเห็นด้วยกับโมเดลนี้มากน้อยแค่ไหน"