กทค.มึนค่าเยียวยาทรูมูฟ-ดีพีซียื่นสตง.ช่วยแก้ปมหวั่นถูกฟ้อง

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวันที่ 21 กันยายน สำนักงาน กสทช.ได้เสนอการพิจารณาตรวจสอบเงินนำส่งรายได้แผ่นดินจากการให้บริการในระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ หลังจากผลการตรวจสอบเงินนำส่งรายได้แผ่นดินที่ศึกษาออกมาแล้ว โดยคณะทำงานตรวจสอบเงินนำส่งรายได้เห็นว่าเงินที่บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด หรือดีพีซี ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ต้องนำส่งรายได้ทั้งหมดเป็นรายได้แผ่นดินตลอดช่วงประกาศมาตรการเยียวยา (ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2556-3 ธันวาคม 2558) ระบุว่า ทรูมูฟ ต้องนำส่ง 13,989.24 ล้านบาท และดีพีซี ต้องนำส่ง 879.204 ล้านบาท รวม 14,868.83 ล้านบาท ส่วนแนวทางที่สำนักงาน กสทช.นำเสนอเปรียบเทียบนั้น ทรูมูฟ ต้องนำส่งรายได้ 3,088.42 ล้านบาท และดีพีซี ต้องนำส่งรายได้ 879.39 ล้านบาท รวม 3,967.81 ล้านบาท ซึ่งสองแนวทางนี้มียอดแตกต่างกัน 10,901.02 ล้านบาท
          นายฐากรกล่าวว่า ความเห็นของคณะทำงานที่เสนอยังมีจุดอ่อน เพราะไม่ได้คำนวณตามมติบอร์ด กทค.ที่มีมติให้คิดจากรายได้และกรอบรายจ่ายในการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ และค่าบริการเชื่อมโยงโครงข่าย (โรมมิ่ง) แต่คณะทำงานคิดคำนวณรายได้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
          นายฐากรกล่าวว่า ภายหลังการพิจารณา กทค.จึงได้มีมติให้นำเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาขอความเห็นอีกครั้ง และนำกลับเข้ามาสู่ที่ประชุมบอร์ด กทค.พิจารณา ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นว่า ไม่ว่าผลการพิจารณาออกมาเป็นจำนวนเงินเท่าใด น่าจะมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้นในภายหลัง ฉะนั้น กสทช. และ กทค.ต้องทำงานให้รอบคอบ เพื่อท้ายสุดจะได้มีข้อมูล
          อ้างอิงต่างๆ ที่ชัดเจนไปชี้แจงต่อศาลได้