กดปุ่มสตาร์ตนับ 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกับภารกิจเก่าในขวดใหม่

ทีมข่าวเศรษฐกิจ
          ทันทีที่ พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 17) พ.ศ.2559 (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) มีผลบังคับอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ต้องเปลี่ยนไปเป็น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงดีอีทันที
          หากย้อนกลับไปดูกระทรวงไอซีทีนั้นพบว่า ได้ก่อกำเนิดเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2545 ในสมัยรัฐบาล "ทักษิณ ชินวัตร" โดยมี "นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี" เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีคนแรก และมี "อุตตม สาวนายน" เป็นรัฐมนตรีคนที่ 12 หรือ เป็นคนสุดท้าย รวมแล้วกระทรวงไอซีที มีอายุรวมทั้งสิ้น 14 ปีเศษ และล่าสุดเมื่อก่อกำเนิดกระทรวงดีอีก็มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี นั่งรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
          ส่วนสาเหตุที่กระทรวงไอซีที ต้องแปลงร่างไปเป็น กระทรวงดีอี นั้นเริ่มตั้งแต่สมัยที่ นายพรชัย รุจิประภา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ที่มีแนวคิดในการที่จะเปลี่ยนชื่อและภารกิจของกระทรวง ให้สอดคล้องกับนโยบายหลักของประเทศในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อก้าวไปสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการนำเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัล มาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มในแก่ธุรกิจ และเพิ่มความสะดวกสบายในการทำงานไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวัน รวมทั้งยังมีหน้าที่เป็นเหมือนเลขานุการช่วยขับเคลื่อนงานให้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
          รำลึกผลงานเด่นไอซีที
          ส่วนผลงานเด่นๆ ของกระทรวงไอซีที ทั้งที่สร้างชื่อเสียง และชื่อเสีย ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกระทรวงมาจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วย โครงการคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร, การร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนแปลงบัตรประชาชนแบบปกติ ให้เป็นระบบสมาร์ทการ์ด, โครงการสร้างศูนย์ไอซีทีชุมชนกว่า 2,000 แห่ง, โครงการแจกแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาสำหรับเด็ก ป.1, โครงการไอซีทีฟรีไวไฟ และการบุกปราบปรามเว็บไซต์หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ เว็บลามกอนาจร เว็บพนัน เว็บละเมิดลิขสิทธิ์ และเว็บไซต์ที่สร้างความแตกแยกในสังคม
          นอกจากนี้ กระทรวงไอซีทียังมีโครงการใหญ่ในมืออีก 2 โครงการ ที่คาดว่าจะสามารถสร้างผลงานให้แก่กระทรวงไอซีที ได้ แต่มีปัญหาความล่าช้าหลายโครงการ โดยเฉพาะในด้านข้อกฎหมาย ได้แก่ 1.การขยายโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ วงเงิน 15,000 ล้านบาท ที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ และ 2.การเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็น อาเซียน ดิจิทัล ฮับ ผ่านการวางท่อโครงข่ายอินเตอร์เน็ตเกตเวย์ใต้น้ำ (เคเบิลซับมารีน) เชื่อมต่อสู่ต่างประเทศ วงเงิน 5,000 ล้านบาท ที่มี บริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ รวม 2 โครงการ มูลค่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งใช้เงินจากค่าประมูล 4จี บนคลื่นความถี่ย่าน 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ มาใช้งาน ซึ่งทั้ง 2 โครงการ น่าจะเกิดได้ในยุคของกระทรวงดีอี และอาจเป็นการสร้างผลงานประเดิมการก่อตั้งกระทรวงใหม่ด้วย
          ชำแหละโครงสร้างดีอี
          สำหรับสิ่งที่เราจะได้เห็นจากการปรับกระทรวงใหม่ในครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้าง นางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า โครงสร้างใหม่ของกระทรวงดีอี ประกอบด้วย 1.สำนักงานรัฐมนตรี 2.สำนักงานปลัดกระทรวง 3.กรมอุตุนิยมวิทยา 4.สำนักงานสถิติแห่งชาติ และ 5.สำนักงานดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งมีสถานะเป็นกรม เพื่อทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
          ส่วนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน ก็จะยังคงอยู่ใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดีอีตามเดิม ประกอบด้วย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท, สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า, สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สรอ. และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. ขณะที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้ย้ายไปอยู่ใต้สังกัดของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
          ซิป้าจ่อโดนยุบรายถัดไป
          ส่วนในรายของซิป้า กำลังอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญ โดยในอนาคตอันใกล้จะยุบหน่วยงานทิ้ง และจัดตั้งเป็นสำนักงานส่งเสริมดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจขึ้นมาแทน พร้อมทั้งจะมีการปรับเปลี่ยนตัวบุคลากรต่างๆ ในองค์กรให้เหมาะสมกับงานมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากมีบุคลากรใดมีความสามารถไม่เหมาะสมกับภารกิจในหน่วยงาน ก็จะมีฝึกอบรมเพิ่มเติมหรือโยกไปอยู่หน่วยงานอื่นที่เหมาะสมกับความสามารถ โดยจะไม่ทอดทิ้งบุคลากรเดิมของ ซิป้าไว้เด็ดขาด
          นางทรงพรกล่าวด้วยว่า ในส่วนบุคลากรภายใต้สังกัดกระทรวงดีอี ตามกฎหมายแล้วขณะนี้มีเพียงปลัดกระทรวงเท่านั้น ที่เป็นข้าราชการในกระทรวงดีอี ฉะนั้นในขั้นตอนต่อไปต้องส่งร่างกฎกระทรวง เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงสร้างกระทรวง ดีอี และต้องมีการประสานงานเรื่องกำลังคนกับคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาคอยตรวจสอบความถูกต้องอีกชั้น
          ขอ1เดือนจัดกระบวนทัพ
          ในเบื้องต้นทางกระทรวงดีอี จะร้องขอเพื่อขอกำลังคนสำหรับส่วนต่างๆ ประกอบด้วยสำนักงานปลัดกระทรวงดีอี 200 คน โดยจะโอนย้ายบุคลากรมาจากกระทรวงไอซีที และสำนักงานดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ขอเพิ่มใหม่อีก 200 คนภายใน 3 ปี หากได้รับการอนุมัติแล้ว ก็จะจัดวางคนในตำแหน่งที่เหมาะสม คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนน่าจะแล้วเสร็จ
          สำหรับบุคลากรกระทรวงดีอี ในระหว่างที่รอแต่งตั้งเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อกระทรวงใหม่นั้น ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา นอกจากจะแต่งตั้ง พล.อ.อ.ประจินมานั่งในตำแหน่งรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีแทนนายอุตตมที่ลาออกไปแล้ว ในมติ ครม.ยังมีรายละเอียดครอบคลุมไปถึงการระบุให้บุคลากรในกระทรวงไอซีทีเดิมปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมหลังมีการเปลี่ยนไปเป็น กระทรวงดีอี ก่อนมีคำสั่งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
          "ขอให้มั่นใจได้ว่าการทำงานในช่วงนี้จะไม่เกิดสภาวะสุญญากาศอย่างแน่นอน ภารกิจต่างๆ ไปจนถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ของกระทรวงไอซีทีเดิม แต่ละโครงการยังคงเดินหน้าต่ออย่างแน่นอน ส่วนบุคลากรกระทรวงไอซีทีเดิมก็ยังปฏิบัติหน้าที่แทนตำแหน่งเดิมในขณะนี้"
          ยึด6ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนงาน
          ปลัดกระทรวงไอซีทีกล่าวด้วยว่า การทำงานหลังจากนี้กระทรวงดีอี จะยังคงเดินหน้าตามแผนการทำงานเดิมที่ทำมาตั้งแต่สมัยเป็นกระทรวงไอซีที คือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยยกระดับประเทศไทยใน 6 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประสิทธิภาพสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 2.ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยการเพิ่มศักยภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการ 3.สร้างสังคมคุณภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านการเสริมเพื่อให้ประชาชนรู้จักสร้างการมีส่วนร่วมและใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม 4.การปรับภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล 5.พัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และ 6.การสร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
          ส่วนโครงการใหญ่ทั้ง 2 โครงการ คือ โครงการวางโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านในประเทศไทย และโครงการวางโครงข่ายอินเตอร์เน็ตเกตเวย์เชื่อต่อสู่ต่างประเทศ ปัจจุบันก็มีความคืบหน้าอย่างมาก เช่น โดยโครงการวางโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านในประเทศไทย ก็ใกล้จะเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยมี น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อดีตรองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่แทนรองปลัดกระทรวงดีอี เป็นประธานร่างหลักเกณฑ์การประกวดราค (ทีโออาร์) คอยดำเนินการอย่างใกล้ชิด
          ฟังจากการบอกเล่าของปลัดกระทรวง ดีอีแล้ว ท้ายสุดต้องมาลุ้นกันว่ากระทรวงไอซีทีหลังปรับโฉมเป็นกระทรวงดีอีแล้ว จะมีผลงานเด่นๆ อะไรออกมาอีกหรือไม่ โดยเฉพาะ 2 โปรเจ็กต์ยักษ์ ที่เตรียมใช้จุดพลุฉลองชื่อกระทรวงใหม่ จะเปรี้ยงหรือ เดี้ยงกันแน่...--จบ--