เจาะเทรนด์ฮิตตาม Gen พฤติกรรมสะท้อนปัญหานักท่องเน็ต

 เริ่มสำรวจมาตั้งแต่ปี 2556 สำหรับพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทย ที่ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) จัดทำรายงานขึ้นทุกปี จากการสำรวจผ่านแบบสอบถามทั้งทางเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งในปีนี้มีผู้เข้าร่วมให้ข้อมูล 16,661 คน โดยมุ่งหวังจะเป็น ฐานข้อมูลสำหรับภาครัฐในการวางนโยบาย และสำหรับภาคเอกชนในการพัฒนา รูปแบบบริการและสินค้าให้ตรงกลุ่ม เป้าหมาย
          ล่าสุดผลสำรวจในปี 2559 พบว่าคนไทย ใช้อินเทอร์เน็ต 6.4 ชั่วโมง/วัน (45 ชั่วโมง/สัปดาห์) โดยผู้อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯจะใช้อินเทอร์เน็ตราว 48.1 ชั่วโมง/สัปดาห์ แต่ถ้าอยู่ในต่างจังหวัดจะใช้ราว 44.6 ชั่วโมง/สัปดาห์ โดยสมาร์ทโฟนเป็นช่องทางที่ใช้เข้าถึงเน็ตมากที่สุด 85.5% รองลงไปคือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) 62% โน้ตบุ๊ก 48.7%
          ทั้งยังพบว่ากลุ่มเพศทางเลือกยังมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงถึง 48.9 ชั่วโมง/สัปดาห์ มากกว่า เพศชาย (45.3 ชั่วโมง) และเพศหญิง (44.7 ชั่วโมง)
          ขณะที่ช่วงเวลาที่ใช้งานมากที่สุด 4 อันดับแรกคือ เวลา 16.01-20.00 น. (76.6%) รองลงไป เวลา 08.01-12.00 น. (76%) เวลา 12.01-16.00 น. (75.2%) เวลา 20.01-24.00 น. (70.3%) และเวลา 00.01-16.00 น. (12.1%)
          หากจำแนกเจาะลึกพฤติกรรมการใช้งานจะพบว่า "Gen Y" กลุ่มคนที่เกิดช่วงปี 2524-2543 คือช่วงอายุที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากที่สุด รองลงไปคือ Gen X (เกิดปี 2508-2523) Gen Z (เกิด ปี 2544 ขึ้นไป) และ Baby Boomer (เกิดปี 2489-2507) คือกลุ่มที่ใช้อินเทอร์เน็ตน้อยที่สุด
          Gen Y โซเชียลจัด 7.6 ชม./วัน
          สำหรับ Gen Y พบว่าใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงถึง 7.6 ชั่วโมง/วัน 90.5% ใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน (คอมพิวเตอร์ PC 63.7% และโน้ตบุ๊ก 52.1%) บ้านพักอาศัยคือสถานที่ที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากที่สุด 87.2% ใช้ใน ที่ทำงาน 67.9% อีก 18.4% ใช้ระหว่าง เดินทาง ทั้งเวลาที่ใช้งานมากที่สุดถึง 83.3% คือ 12.01-16.00 น.
          กิจกรรมฮิตเมื่อท่องเน็ต 98% คือการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยกว่า 97% ใช้งานเฟซบุ๊กและแอปพลิเคชั่นแชตอย่าง LINE อีก 93.9% ท่องเน็ตเพื่อดูยูทูบ 85.1% ใช้เพื่อรับส่งอีเมล์ 84.5% ใช้ค้นหาข้อมูล 82% ใช้อ่านอีบุ๊ก
          Gen X ท่องเน็ตแต่เช้า
          ขณะที่ Gen X ใช้เวลา 6.3 ชั่วโมง/วัน ในการใช้งานอินเทอร์เน็ต โดย 86.4% ใช้ผ่านสมาร์ทโฟน (72.9% ใช้บน PC และ 43.6% ใช้กับโน้ตบุ๊ก) ส่วนสถานที่ใช้อินเทอร์เน็ตมีสัดส่วนใกล้เคียงกันระหว่างบ้านพักกับที่ทำงาน คือ 82.2% กับ 81.8% ตามลำดับ อีก 15.2% ใช้ระหว่างเดินทาง สอดคล้องกับเวลาที่นิยมท่องเน็ตมากที่สุดคือช่วง 08.01-12.00 น. ถึง 84.8%
          ส่วนกิจกรรมฮิต 95% ยังเป็นการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ก แต่ LINE คือแอป ที่นิยมใช้ถึง 96.2% ขณะที่เฟซบุ๊กใช้งานอยู่ราว 93.9% ยูทูบยังได้รับความนิยมที่ 81.9% อีเมล์ 80.4% ค้นข้อมูล 79.3% อ่านอีบุ๊ก 75.2%
          หนัง-เพลง-คลิป โดนใจ Gen Z
          แม้ Gen Z จะเป็นช่วงวัยที่เกิดมาพร้อมเทคโนโลยีแล้ว แต่จำนวนการใช้งาน ต่อวันยังอยู่ที่ 5.7 ชั่วโมง 81.4% ใช้ผ่านสมาร์ทโฟน (51.7% ใช้กับพีซี 50.1% ใช้กับโน้ตบุ๊ก) โดย 92.6% ใช้งานที่บ้าน 40.4% ใช้ที่สถานศึกษา และ 17% ใช้ในที่สาธารณะ ขณะที่ช่วงเวลาท่องเน็ตมากที่สุด 76.1% คือเวลา 16.01-20.00 น.
          กิจกรรมฮิตยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์ก 95.8% โดย 93.8% ใช้เฟซบุ๊ก 91.4% ใช้ LINE ขณะที่ใช้ดูยูทูบ 90.6% ดูโทรทัศน์ภาพยนตร์-ฟังเพลง-วิทยุ 79.2% ใช้เพื่อดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ หนัง เพลง ละคร 79.1% ค้นข้อมูล 77%
          Baby Boomer เน้นแชต-แชร์
          สำหรับ Baby Boomer ใช้งานอินเทอร์เน็ต 4.5 ชั่วโมง/วัน 77.3% ใช้
          ผ่านสมาร์ทโฟน 70.1% (ใช้กับ PC 39.5% ใช้กับโน้ตบุ๊ก) และมักใช้งานในช่วงเช้า 08.01-12.00 น. ถึง 79.1% โดย 83.1% ใช้งานในที่พักอาศัย 65.9% ใช้อินเทอร์เน็ตในที่ทำงาน 15.3% ใช้ในที่สาธารณะ
          กิจกรรมฮิต 89.8% คือโซเชียลเน็ตเวิร์ก ใช้ LINE 91.5% เฟซบุ๊ก 86.5% ขณะที่การใช้เพื่อค้นข้อมูลมีถึง 69.1% อีเมล์ 66.6% อ่านอีบุ๊ก 66.1% ส่วนยูทูบที่ฮิตในทุกช่วงวัย กลุ่มนี้ใช้งานราว 65.4%
          พฤติกรรมสะท้อนปัญหา
          สพธอ. กล่าวว่า จากผลสำรวจเห็นชัดว่า การใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย เน้นที่ความบันเทิง ดังนั้น หากจะเจาะมาที่ ตลาดกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสินค้าบริการ รวมถึงการทำตลาดอีคอมเมิร์ซ การเติมในส่วนของความบันเทิงความสนุกสนานเข้าไปก็จะเจาะถึงกลุ่มเป้าหมาย ได้ง่ายขึ้น
          ขณะเดียวกันในแง่ของปัญหาจากการใช้งานที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญ ที่สำรวจพบยังสะท้อนให้เห็นภาพรวมของปัญหาที่เกิดจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย
          เนื่องจากปัญหาที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญ 70.3% คือการเชื่อมต่อที่ล่าช้า 50.7% มีโฆษณารบกวน 32.7% เน็ตหลุดบ่อย 26.8% ค่าบริการแพง ขณะที่ปัญหาเกี่ยวกับ ภัยทางไซเบอร์ กลายเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานให้ความกังวลน้อย เช่น ไม่มั่นใจว่าข้อมูลในอินเทอร์เน็ตจะเชื่อถือได้หรือไม่ มีแค่ 19.5% ติดไวรัสคอมพิวเตอร์ 8.9% ถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือความเป็น ส่วนตัว 3.2% ถูกหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต 1.5% ซึ่งต่างจากประเทศอื่น
          "เราจึงพบว่าคนไทยถูกขโมยข้อมูลส่วนบุคคลได้ค่อนข้างง่าย ซึ่งมาจากการไม่ตระหนัก รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทุกวันนี้เราเป็นสังคมที่ชอบแชร์ และไม่ให้ความสำคัญกับการตั้งรหัสผ่าน ทำให้การหาผู้ไม่ประสงค์ดี หาข้อมูลส่วนบุคคล เดารหัสผ่านได้ง่ายมาก บางครั้งไม่ใช่ระบบขององค์กรที่ไม่ปลอดภัย บางครั้งตัวเราเองนี่แหละทำให้เกิดช่องโหว่ในระบบ"