ธปท.ยกชั้นความเชื่อมั่นพร้อมเพย์ ผนึกแบงก์-กสทช.จัดระบบแลกข้อมูลสู้โจรกรร

ธปท.ย้ำเหตุการณ์โจรกรรมผ่านระบบ ATM/หลอกลวงผ่านโมบายแบงกิ้ง ไม่เกี่ยวกับ "พร้อมเพย์" วาง 3 แนวทางเสริมความเชื่อมั่นประชาชนกล้าใช้ พร้อมเพย์ ผนึก "แบงก์-กสทช." วางระบบ แลกเปลี่ยนข้อมูลเสริมความปลอดภัยเท่าทันความเสี่ยง
          นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีเหตุโจรกรรมเกิดขึ้นกับระบบ ATM และการหลอกลวงในการทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงกิ้ง ที่ผู้ให้บริการก็เผชิญกับกลโกงรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งจำเป็นต้องมีการเตรียมการป้องกันให้ทันการ ขณะที่ ผู้ใช้บริการก็อาจถูกลวงให้เปิดเผยข้อมูลสำคัญส่วนตัว ทำให้มิจฉาชีพเข้าถึงข้อมูลและทรัพย์สิน
          โดยที่ผ่านมา สถาบันการเงินได้ทำการแก้ไขและเพิ่มมาตรการป้องกันด้านความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้นแล้ว และได้แชร์ข้อมูลให้แก่สถาบันการเงินอื่นเพื่อเฝ้าระวัง รวมทั้งได้ออกสื่อเตือนประชาชนพร้อมกันไปด้วย
          อย่างไรก็ตาม แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวพันกับระบบพร้อมเพย์ที่กำลังจะเปิดให้บริการในวันที่ 31 ต.ค. 2559 นี้ เนื่องจากพร้อมเพย์เป็นด้านการรับเงินที่ใช้หมายเลขประจำตัวประชาชน หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือในการรับโอน โดยไม่ต้องบอกเลขที่บัญชีธนาคาร ขณะที่ การโอนเงินออกจากบัญชีเป็นไปตามขั้นตอนปกติ แต่เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและการป้องกันความเสี่ยงให้เข้มแข็งขึ้น ธปท.จึงได้กำหนดแนวทางดำเนินการออกเป็น 3 ส่วน
          ประกอบด้วย 1) ยกระดับการกำกับดูแลสถาบันการเงินด้าน Cyber Security (ความปลอดภัยในระบบออนไลน์) ให้เข้มข้นขึ้น โดยนำมาตรฐานสากลมาใช้ส่งเสริมให้สถาบันการเงินมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการแชร์ข้อมูลและป้องกันแก้ไขปัญหา รวมทั้งยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยของบริการ e-Payment (ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์) ให้รัดกุมขึ้น
          2) ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในการใช้ e-Payment อย่างถูกต้อง รวมถึงการระมัดระวังป้องกันภัย การระมัดระวังข้อมูลของตน เช่น ไม่เปิดเผย Username/Password ให้บุคคลอื่นทราบ เพื่อลดความเสี่ยง ที่จะถูกโจรกรรมในรูปแบบต่าง ๆ
          3) สร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือ กับผู้กำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการดูแล Mobile Payment (การชำระเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่) ที่กำลังเติบโตสูงขึ้น เพื่อเสริมสร้างให้ระบบโดยรวมมีความปลอดภัย
          ทั้งนี้ ธปท.ได้เร่งสร้างความร่วมมือ กับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการทั้ง 3 ส่วนข้างต้นนี้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ประชาชน สถาบันการเงิน และประเทศโดยรวม พร้อมที่จะเข้าสู่ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์และเศรษฐกิจดิจิทัล ต่อไป
          "การดูแลความปลอดภัยของระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ ธปท.ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง มาโดยตลอดนอกเหนือจากเรื่องความ ถูกต้องของข้อมูล และความพร้อมของการให้บริการของระบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีและมีความมั่นใจในการใช้บริการทางการเงิน รวมทั้งให้สถาบันการเงินมีการดูแลระบบให้มีเสถียรภาพและ มีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการใช้บริการ e-Payment ซึ่งการดำเนินการ ดังกล่าวต้องทำคู่ไปกับการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนที่เป็นผู้ใช้บริการ และสถาบันการเงินที่เป็นผู้ให้บริการ" นางทองอุไรกล่าว