ALTงบครึ่งปีหลังโตแกร่ง แบ็กล็อกแน่น 809 ล้าน เริ่มบันทึกรายได้ปีนี้

  เล็งประมูลงานใหม่กว่า2.04หมื่นล้าน
          “AIT” แย้มรายได้ครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก หลังตุนแบ็กล็อกรอบุ๊ค 2,208 ล้านบาท แต่ยอมรายได้ทั้งปี 59 หดเหลือ 5,000 ล้านบาท เหตุงานภาครัฐที่ออกมาล่าช้า เดินหน้าลุยประมูลงานใหม่อีกกว่า 20,406 ล้านบาท
          นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2559 คาดว่าจะมีรายได้ดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรกที่มีรายได้ 2,334.87 ล้านบาท
          โดยปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) ประมาณ 2,208 ล้านบาท รับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ประมาณ 1,800 ล้านบาท ส่วนที่เหลือทยอยรับรู้ในปีถัดไป และมียอดรอคำสั่งซื้อซึ่งอยู่ระหว่างการรอเซ็นสัญญาประมาณ 546 ล้านบาท คาดว่าในไตรมาส 4/59 จะสามารถรับรู้รายได้ประมาณ 400 ล้านบาท
          นอกจากนี้บริษัทคาดว่าจะได้งานระบบไฮสปีดอินเทอร์เน็ตจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างรอรายละเอียดงานทั้งหมด คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนนี้ และจะมีการคัดเลือกพันธมิตรเพื่อเข้ามาช่วยเพิ่มเติมในโครงการดังกล่าว เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่
          อีกทั้งบริษัทอยู่ระหว่างการเข้าประมูลงานเพิ่มเติมประมาณ 91 ล้านบาท คาดว่าจะทราบผลใน 1 เดือนหลังจากนี้ โดยเป็นงานของ TOT และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ซึ่งคาดว่ามีโอกาสได้รับงานสูง รวมถึงยังมีโครงการต่างๆ ที่บริษัทคาดว่าจะเข้าร่วมประมูลอีกประมาณ 20,406 ล้านบาท
          ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2559 คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 5,000 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีรายได้ 5,271.21 ล้านบาท เนื่องจากงานโครงการใหญ่ๆ ของภาครัฐออกมาล่าช้า ส่วนอัตรากำไรสุทธิน่าจะใกล้เคียงกับปีก่อนที่อยู่ในระดับ 10.10% โดยช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 9.27% เนื่องจากบริษัทมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญในโครงการต่างๆ ประมาณ 77 ล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าจะรับรู้เป็นกำไรเข้ามาในไตรมาส 4/59
          สำหรับความคืบหน้าการลงทุนเคเบิลใต้น้ำ (Submarine Cable) ที่ประเทศเมียนมา ซึ่งบริษัทดำเนินการร่วมกับพันธมิตร คาดว่าจะเริ่มขั้นตอนการวางท่อได้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่และออกแบบผังโครงการ โดยบริษัทจะใช้เงินลงทุนประมาณ 60 ล้านบาท จากมูลค่าการลงทุนทั้งโครงการรวม 7 ล้านเหรียญสหรัฐ
          นอกจากนี้บริษัทยังได้การลงทุนตั้ง DATA Center ขนาด 624 Rack ที่เป็นความร่วมมือกับบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA และบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการได้ในปี 2560 ซึ่งบริษัทสามารถรับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไรเข้ามา ขณะเดียวกันคาดว่าภายใน 3 ปีจะมีผู้ใช้งานเต็มระบบ และจะสามารถถึงจุดคุ้มทุนภายใน 5-6 ปี และมีผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) อยู่ที่ประมาณ 16%
          “ภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศของปี 2560 คาดว่างานต่างๆ ของภาครัฐ จะมีการออกโครงการล่าช้าอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ส่งผลให้ภาครัฐชะลอโครงการต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการปกติประมาณช่วงปี 2561 เป็นต้นไป” นายศิริพงษ์ กล่าว