"ไอซีที"ใช้ดิจิตอลดูแลสุขภาพคนไทย

ก.ไอซีที ร่วมมือกับ ก.สาธารณสุข ขับเคลื่อนระบบสุขภาพคนไทยด้วยเทคโน โลยีดิจิตอล หวังสร้างสังคมคุณภาพที่ทั่วถึงเท่าเทียม มั่นใจลงนามในเดือนนี้  คาดแล้วเสร็จเฟสแรกปีหน้า
          นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ได้หารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารระดับสูง โดยมีแนวทางความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ให้บริการประชาชนโดยใช้เทคโนโลยีดิจิตอลขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ 3 ของแผนแม่บท ที่เกี่ยวข้องกับการสาธารณสุขโดยตรง ใน 3 โครงการคือ 1. โครงการบูรณาการและพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพของประชาชน เพื่อเชื่อมต่อระบบไฮสปีดบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงหน่วยงานสาธารณสุขด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อให้สามารถใช้ข้อมูลด้านสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงกับเครือข่ายศูนย์ดิจิตอลชุมชนของกระทรวงไอซีที ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลโดยพัฒนาระบบข้อมูลเชื่อมต่อไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั่วประเทศ กว่า 9,000 แห่ง
          2. โครงการการพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพสำหรับประชาชน หรือ ฐานข้อมูลกลาง โดยเป็นฐานข้อมูลที่จะจัดเก็บข้อมูลประวัติสุขภาพเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพได้โดยสะดวก และ 3. โครงการพัฒนาระบบและขีดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสุขภาพขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) ซึ่งกระทรวงสาธารสุข เล็งเห็นความจำเป็นที่จะต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลที่สำคัญ เช่น สถานการณ์การแพร่ของโรคระบาด ซึ่งจำเป็นต้องมีการกำหนดแนวทางการคัดกรองได้อย่างทันการ ฉับไว ซึ่งข้อมูลมีเป็นจำนวนมาก และต้องใช้ความเชี่ยวชาญพิเศษที่จะวิเคราะห์สิ่งเหล่านี้ เพื่อให้สามารถเตือนประชาชน ให้คำแนะนำ ในการดูแลรักษาได้อย่างถูกต้อง และทันท่วงที ซึ่งโครงการดังกล่าวกำลังได้รับความสนใจ และได้รับความนิยมในยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิตอล ดังนั้น กระทรวงไอซีที จึงจะร่วมกันพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถในการวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ตอบโจทย์กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงในภาคเศรษฐกิจ และสังคมอื่น ๆ และจะต้องมีความร่วมมือกับต่างประเทศอีกด้วย
          "สำหรับแนวทางการร่วมมือกันระหว่างกระทรวงไอซีทีและกระทรวงสาธารณสุข จะมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสองกระทรวง ภายในเดือนนี้ โดยเนื้อหาภายใน MOU จะระบุแนวทางความร่วมมือใน 3 โครงการตามที่ได้กล่าว และจะมีทีมงานร่วมในการจัดทำแผนงานนี้อย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการที่บรรจุไว้มีเป้าหมายให้แล้วเสร็จในเฟสแรก ภายในปี 2560".