หุ้นประมูลโครงการใหญ่กรณีศึกษา ILINK

 เจษฎา สุขทิศ, CFA          ผู้ร่วมก่อตั้ง บลน.อินฟินิติ และ FINNOMENA
          มีหุ้นหลายบริษัทที่เรียกได้ว่าเปลี่ยนชีวิตหากสามารถประมูลงานใหญ่บางงานได้ เนื่องจากหากได้งานจะทำให้ผลประกอบการของบริษัทเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ ผมมีตัวอย่างกรณีศึกษาที่ทำวิเคราะห์ไว้ดีโดย SPACER รุ่น 1 วัดระฆัง คุณ Taksakorn Nuipeng (ชื่อเฟซบุ๊ค) ซึ่งได้ทำไว้ตั้งแต่เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา และก็ประสบความสำเร็จในการลงทุนไปเป็นที่เรียบร้อย Bottom-up SPACE เราเชื่อว่า การวิเคราะห์ได้ด้วยตัวเอง ตัดสินใจซื้อขายด้วยตัวเองเท่านั้นที่จะนำมา ซึ่งความสำเร็จในการลงทุนได้อย่างแท้จริง
          iLINK "ผู้สร้างโครงข่ายถนนของระบบดิจิทัล"    1. ปัจจุบันบริษัทประกอบธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจภายใต้ ILINK และบริษัทย่อยรวม 4 บริษัทดังนี้
          1.1 ธุรกิจจำหน่ายสายสัญญาณ (Distribution Business) เป็นธุรกิจหลัก, 1.2 ธุรกิจวิศวกรรม (Engineering Business) เป็นธุรกิจรับออกแบบก่อสร้างและติดตั้งระบบสื่อสารสายสัญญาณและสายเคเบิลไฟฟ้าแรงสูงทุกประเภท, 1.3 ธุรกิจโทรคมนาคม (Telecom Business) ดำเนินการโดยบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์เทเลคอมจำกัดซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้น เพื่อต่อยอดจากการที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเคเบิลใยแก้วนำแสงมา 25 ปี
          2. ผมขอจำแนกตามรายธุรกิจก่อนะครับ รายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทในตอนนี้ 60 % มาจากการจัดจำหน่ายสายสัญญาณ 25% มาจากธุรกิจโทรคมนาคม และ 15% มาจากธุรกิจทางด้านวิศวกรรม ธุรกิจจำหน่ายสายสัญญาณ (Distribution Business)
          3. ธุรกิจจำหน่ายสายสัญญาณ ด้วยที่บริษัทเป็นเจ้าใหญ่สุดในตลาดสายสัญญาณคู่แข่งที่จะเข้ามาจะน้อยมากเพราะไม่ สามารถสู้ด้านราคากับทางบริษัทได้ ลูกค้ามีความเป็น Brand Loyalty สูงเพราะบริษัทเป็นบริษัทรายแรกในประเทศไทยที่นำเข้าสายสัญญาณต่างๆ เข้ามาตั้งเมื่อ 30 ปีที่แล้ว
          4. ธุรกิจวิศวกรรม (Engineering Business) ทางบริษัทมีความชำนาญในด้านการทำธุรกิจสายใต้น้ำ และ ใต้ดิน โดยการแข่งขันของสายใต้น้ำในประเทศไทยมีเพียง 2 บริษัทเท่านั้นที่ทำได้ โดยบริษัทจะมีพาร์ทเนอร์จากญี่ปุ่นเป็นกำลังสำคัญในการว่างสายใต้น้ำ สายใต้ดินทางบริษัทจะมีพาร์ทเนอร์ที่เป็นบริษัทไทยที่ทำธุรกิจวางสายมายาวนาน กว่า 30 ปี คือ บริษัท สัมประสิทธิ์ จำกัด โดยในปีนี้บริษัทกำลังจะเข้าประมูลงานทั้งสายใต้น้ำและสายใต้ดิน ติดตั้งสายใต้น้ำ คือ โครงการเกาะเต่า มูลค่า 1,686 ล้านบาท โครงการเกาะสมุย มูลค่า 2,130 ล้านบาท ติดตั้ง สายไฟฟ้าลงดินงบประมาณอยู่ที่ 2,500 ล้าน รอผลประมูลในเดือน มิ.ย. มีผู้เข้าร่วมประมูล 5 เจ้า ติดตั้งโครงข่ายในสุวรรณภูมิงบประมาณอยู่ที่ 1,400 ล้านรอยืนประมูลโครงการและประกาศผลเดือน ก.ค. ผู้เข้าประมูล 4 เจ้า ถ้าได้งานประมูลตามที่ระบุข้างต้นบริษัทจะมี Backlog เป็นจำนวนเงิน 6,300 ล้านบาท และจะรับรู้รายได้ภายในปีนี้ก่อนที่ 700 ล้านบาท วิธีในการประมูลของบริษัทคือจะเจาะประมูลงานที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญเป็นหลัก
          5. ธุรกิจโทรคมนาคม (Telecom Business) ในปัจจุบันธุรกิจเทเลคอมจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ของทางบริษัทเพราะเป็นนโยบาย ที่ทางผู้บริหารมองว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นธุรกิจแห่งอนาคต ในปัจจุบันบริษัทได้ทำการวางโครงข่ายสายสัญญาณ Fiber Optic ไปแล้วกว่า 75 จังหวัดมากที่สุดในประเทศไทยแล้วสร้างศูนย์ DATA center ขึ้นมาเพื่อเปิดให้เช่าในการเก็บข้อมูลของทางลูกค้าที่สนใจ โดยบริษัทมีโครงข่าย Fiber Optic ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยข้อแตกต่างของทางบริษัทคือ ทางบริษัทจะวางสายตามสายโทรเลขของบริษัทรถไฟไทย โดยเป็นสัญญาเช่าเพียงรายเดียว ข้อดีคือสายโทรเลขจะไม่มีสายสัญญาณประเภทอื่นมา รบกวนและตัดเข้าตัวเมืองเร็วกว่าไปจากถนน ต้นทุนการวางสายที่ถูกกว่าการวางสายตามสายไฟฟ้าเพราะระยะห่างของต้นโทรเลขที่ความถี่น้อยกว่าเสาไฟฟ้าจริงทำให้ต้นทุนค่าเช่าของบริษัทถูกกว่า
          บทความนี้สอนให้รู้เลยครับว่า ถ้าตั้งใจพยายามมากพอ การทำการวิเคราะห์ด้วยวิธี Bottom Up แบบเชิงลึกให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากลับมาแน่นอนครับ