"PCA"ซุ่มดีลเทกโอเวอร์การันตีทั้งปีพลิกกำไร

 ทันหุ้น - PCA จ้องซื้อกิจการ 2 แห่ง คาดชัดเจนปลายปีนี้ มั่นใจผลงานทั้งปีพลิกเป็นกำไร แม้ครึ่งปีแรกขาดทุน 30 ล้านบาท หลังมองทิศทางครึ่งปีหลังไปได้สวย เล็งลดต้นทุนหนุนกำไรเด้ง แถมมีงานในมือรอรับรู้รายได้กว่า 400 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าประมูลงานกว่า 500 ล้านบาท กางแผนสยายปีก AEC เล็งตั้งบริษัทร่วมทุนพันธมิตรในเมียนมาปลายปีนี้
          นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ กรรมการผู้อำนวยการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิว นิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ PCA ผู้ให้บริการและจำหน่ายสินค้าด้านเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม ระบบถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์และดิจิตอลทีวี รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Planet Comm เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าผลประกอบการปีนี้จะมีกำไรแน่นอน จากครึ่งปีแรกขาดทุน 30 ล้านบาท โดยจะเริ่มมีกำไรในช่วงไตรมาส 4/2559 ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ช่วงครึ่งปีหลังน่าจะมีทิศทางที่ดี และบริษัทมีความพยายามจะลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกเพื่อให้มีความสามารถในการทำกำไร ดีขึ้น
          จ่อบุ๊กแบ็กล็อก 400 ล.
          ขณะที่รายได้คาดว่าจะทำได้เพียงใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 1,027.73 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตได้ถึง 15% เป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่บริษัทยังมีมูลค่างานในมือ (Backlog) อยู่ที่ราว 400 ล้านบาท ที่จะรับรู้รายได้ในปีนี้ ประกอบกับบริษัทยังมีการเข้าร่วมประมูลงานใหม่อีกกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรู้ผลภายในปีนี้เช่นกัน โดยเป็นงานจากทางภาครัฐ 40% งานเอกชน 30% และที่เหลือจะเป็นงาน Broadcast
          อย่างไรก็ดีปี 2560 สัดส่วนการรับงานจากทางภาครัฐจะลดลงเหลือ 30% หลังบริษัทเข้าไปดำเนินงานธุรกิจการให้บริการ Planefiber โดยปัจจุบันมีลูกค้าแล้วจำนวน 1,000 ราย ซึ่งตั้งเป้าว่าภายในปี 2561 จะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 3 หมื่นราย ซึ่งลูกค้าหลักๆ จะเป็นผู้พักอาศัยในโครงการคอนโดมิเนียม ทั้งนี้การที่บริษัทจะเน้นการขยายธุรกิจการให้บริการ Planefiber นั้นเพื่อลดการพึ่งพิงงานจากทางภาครัฐ โดยคาดว่าในปี 2561 สัดส่วนรายได้จากธุรกิจดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 50% จากปัจจุบันที่ 8%
          นอกจากนี้ธุรกิจการให้บริการ Planefiber ยังมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงถึง 42% เมื่อเทียบกับธุรกิจปกติที่มีมาร์จิ้นเพียง 25% ซึ่งปัจจัยดังกล่าวก็ถือเป็นปัจจัยหนุนให้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทดีขึ้น และบริษัทยังตั้งเป้าปี 2561 จะมีอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 10%
          "จากนี้เราก็จะขยายธุรกิจในส่วนของการให้บริการ Planefiber  เพิ่มขึ้นโดยเชื่อว่าในปี 2561 สัดส่วนรายได้จากส่วนนี้จะเพิ่มเป็น 50% จากปีนี้ที่ 8% ซึ่งงานดังกล่าวมีมาร์จิ้นสูงมาก จะช่วยหนุนให้กำไรของบริษัทดีขึ้นด้วย โดยตั้งเป้าว่าในปี 2561 อัตรากำไรสุทธิจะเพิ่มเป็น 10%" นายประพัฒน์กล่าว
          เล็งสยายปีก AEC
          นายประพัฒน์กล่าวต่อว่า บริษัทยังมีแผนขยายธุรกิจไปประเทศในแถบประชาคมอาเซียนหรือ AEC โดยปัจจุบันได้มีการส่งสินค้าไปจำหน่ายยังต่างประเทศบ้างบางส่วน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาตั้งบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นในเมียนมา คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปลายปีนี้ ถึงรายละเอียดในการจัดตั้งบริษัท รวมไปถึงสัดส่วนการถือหุ้น โดยบริษัทดังกล่าวจัดตั้งเพื่อไว้รองรับงานวางระบบดาวเทียม ของกรมการบินพลเรือนในเมียนมา ทำให้บริษัทมั่นใจว่าในปี 2560 สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 20% จากปัจจุบันที่ 5% ซึ่งบริษัทก็ยังมีความสนใจขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่น เช่น กัมพูชา เวียดนาม และลาว
          พร้อมกันนี้บริษัทก็อยู่ระหว่างเจรจาเข้าซื้อกิจการขนาดเล็กจำนวน 2 บริษัท ได้แก่ ธุรกิจที่ดำเนินงานเรื่องของ R&D และระบบความปลอดภัย เป็นต้น เพื่อเข้ามาต่อยอดธุรกิจหลัก และเป็นไปตามแผนการดำเนิงานของบริษัทที่จะสร้างการเติบโตให้สามารถแข่งขันและรักษาการเติบโต ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตามโครงการองค์กรนวัตกรรมของ mai และ NLA คาดว่าจะสามารถเห็นความชัดเจนได้ในปลายปี 2559 สำหรับแหล่งเงินทุนอาจจะมาจากการกู้ยืมเงินจากสถาบันทางการเงิน ซึ่งบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุนที่ต่ำเพียง 1.18 เท่า ยังมีความสามารถในการกู้เงินได้อีกจำนวนหนึ่ง