เอไอเอส-ดีแทคอัดโปรฯดันสมาร์ทโฟนสู้มือถือฟรี

ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
          บริษัท วิจัยตลาดไอดีซี (IDC) ได้ออกรายงานยอดขายตลาด สมาร์ทโฟนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 พบว่า ยอดขายรวมอยู่ที่ 334.9 ล้านเครื่อง ซึ่งลดลงจากไตรมาส 3 ของปี 2558 ที่ทำได้ 355.2 ล้านเครื่อง หรือนี่จะเป็นสัญญาณบอกให้เห็นถึงจุดอิ่มตัวของตลาดนี้
          อย่างไรก็ตาม ตัวเลขไตรมาสแรกของปีนี้ที่ไอดีซีระบุเพิ่มเติม คือ ยอดขายและส่วนแบ่งตลาดของซัมซุงยังทำได้ 24.5% ในขณะที่แอปเปิ้ลยอดขายลดลงจาก 61.2 ล้านเครื่อง เหลือ 51.2 ล้านเครื่อง ทำให้มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 15.3% ส่วนหัวเว่ยมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 8.2%  ออปโป้อยู่ที่ 5.5% และวีโว่ 4.3% ตามลำดับ
          ปริศนา รัตนสุวรรณศรีผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดธุรกิจโพสต์เพด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนในช่วงครึ่งปีแรกติดลบทั้งจำนวนเครื่องและยอดขาย เพราะมีโปรโมชั่นแจกฟรีเยอะ ทำให้ยอดขายในตลาดติดลบประมาณ 3-4% แต่ในช่วงครึ่งปีหลังเชื่อว่ารุ่นแฟล็กชิปของแบรนด์ดังที่ออกมาจะช่วยกระตุ้นตลาดให้ดีขึ้น เพราะเป็นจังหวะการเปลี่ยนเครื่องใหม่ของลูกค้าและมีขาประจำของแบรนด์เหล่านี้รอเยอะ ทำให้ช่วงครึ่งปีหลังน่าจะคึกคักขึ้น
          "จากความต้องการสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทาง โอเปอเรเตอร์เองก็ต้องเร่งจัดแพ็กเกจหรือโปรโมชั่นพิเศษร่วมกับแบรนด์เพื่อดึงดูดใจลูกค้าเช่นกัน" ปริศนา กล่าว
          เทรนด์การเปลี่ยนเครื่องใหม่ทุกปีของลูกค้ารายเดือน (โพสต์เพด) อยู่ที่ 60% และเปลี่ยนเครื่องใหม่ทุก 2 ปีอยู่ที่ 90% ถือว่าเป็นสัดส่วนที่ชี้ให้เห็นว่าหากยังไม่มีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดออกมาสร้างกระแสในตลาด ระยะเวลาความต้องการเปลี่ยนเครื่องก็จะค่อยๆ นานออกไป  ดังนั้นผู้ผลิตเครื่องเองจึงต้องเร่งหาจุดเด่นและแข่งขันกันในเรื่องของนวัตกรรมให้มากขึ้นดังนั้น ในมุมของโอเปอเรเตอร์เองแม้จะมีการจัดโปรโมชั่นพิเศษที่จะช่วยกระตุ้นตลาดสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ไว้ล่วงหน้า แต่ตลาดระดับกลางและล่างทางค่ายยังคงเน้นทำเองอยู่และเน้นโปรโมชั่นที่ คุ้มค่ามากขึ้น เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมที่เปลี่ยนจากแบบเติมเงินมาเป็นรายเดือน รวมทั้งเพิ่มโอกาสลูกค้าย้ายค่ายด้วย
          คนรุ่นใหม่นิยมใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้นและต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายเอง จึงจะเห็นเทรนด์ที่เปลี่ยนจากการใช้แพ็กเกจแบบเติมเงินมาเป็นรายเดือนเยอะขึ้น ดังนั้น ดีแทคจึงเน้นโปรที่แจกการใช้งานออนไลน์ที่คุ้มค่า ราคาอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ รวมทั้งปลายปีนี้จะมีดีแทคโฟนเข้ามาเสริมตลาดการใช้งาน 4จี ที่มากขึ้น ในราคาเริ่มต้นที่ 2,000 บาท ถือว่าเป็นโอกาสให้ลูกค้าตัดสินใจเปลี่ยนแพ็กเกจง่ายขึ้น
          ด้าน ฐิติพงศ์ เขียวไพศาล
          ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีแรกไม่ได้มีสมาร์ทโฟนรุ่นไฮเอนด์ออกมาทาตลาดมากนัก ทำให้การแข่งขันอาจไม่แรง ในขณะที่ตลาดระดับกลางแข่งขันกันสูงกว่า รวมทั้งช่วงต้นปีทางโอเปอเรเตอร์ทุกค่ายต่างก็แข่งกันทำตลาดให้ลูกค้าอัพเกรดเครื่องทั้งจาก 2จี มาเป็น 3จี และจาก 3จี มาเป็น 4จี มากขึ้น
          "ครึ่งปีหลังนี้แบรนด์ใหญ่ที่เปิดตัวรุ่นแฟล็กชิปน่าจะช่วยกระตุ้นตลาดครึ่งปีหลังได้ดีขึ้น เพราะความต้องการสินค้าไฮเอนด์ มีการตอบรับที่ดีทุกปี" ฐิติพงศ์ กล่าว
          ทั้งนี้ บริษัทไม่อยากให้มองว่าตลาดสมาร์ทโฟนซบ เพราะเชื่อว่าหากมีเครื่อง
          ที่ดีผนวกกับการกระตุ้นลูกค้าด้วยแคมเปญที่โดนใจ จะช่วยหนุนให้ลูกค้าอยากซื้อเครื่องใหม่ง่ายขึ้น โดยเอไอเอสยังคงใช้กลยุทธ์เบสต์บาย (Best Buy) เข้ามา กระตุ้นตลาดสมาร์ทโฟนเพื่อให้ลูกค้าเติมเงินเปลี่ยนมาเป็นรายเดือนให้มากขึ้น ด้วยการจ่ายค่าแพ็กเกจ 650 บาท ได้รับเครื่องฟรีไปเลย รวมทั้งมีแผนจะนำเครื่องรุ่นใหม่ของเอไอเอสเข้ามาเสริมในตลาด สมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่องแน่นอน
          ส่วนเรื่องสงครามราคานั้น อยากให้มองว่าทุกค่ายมีการแข่งขันกันอย่างคึกคักมาตลอดอยู่แล้ว ในปลายปีอาจไม่ได้มีแพ็กเกจที่รุนแรงกว่านี้ น่าจะเป็นการเน้นไปที่โปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้ารายเดือนที่ย้ายเข้ามาจดทะเบียนใหม่ เพื่อให้อยู่กับทางค่ายมากขึ้นมากกว่า