โอทีรุกเปิด"ฟิกซ์บรอดแบรนด์" 

    ลงนามกปน.ร่วมกันพัฒนาวัตกรรมใหม่

          ทีโอทีรุกตลาดฟิกซ์บรอดแบนด์ ดันคลื่น 2300 เปิดให้บริการปี 2560 เร่งหาพันธมิตร ปั้นธุรกิจใหม่ โกยรายได้เข้าองค์กร 1 หมื่นล้าน รับธุรกิจโมบายร่วม“เอไอเอส”แนวทางยังไม่คืบ อาจกระทบต่อผลประกอบการติดลบ

          นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ปี 2560 ทีโอทีน่าจะเปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงประจำที่ (ฟิกซ์ไลน์ บรอดแบนด์) ภายใต้เทคโนโลยีแอลทีอีบนคลื่นความถี่ย่าน 2300 เมกะเฮิรตซ์ที่ทีโอทีมีความจุแบนด์วิธ 60 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งมีอายุสัมปทานถึงปี 2568 โดยคาดว่าหลังเปิดให้บริการจะมีรายได้ราว 10,000 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิราว 3,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ทีโอทีอยู่ระหว่างจ้างที่ปรึกษาจัดทำข้อกำหนดเงื่อนไข (ทีโออาร์) และดำเนินการหาพันธมิตรทางธุรกิจ

          ทั้งนี้ ปี 2559 ทีโอทีมีงบลงทุน 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนค่าธรรมเนียมบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จี 1,000 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการให้บริการโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และบริการเพื่อสังคมของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) 3,000 ล้านบาท และโครงการต่างๆ ที่ขยายการให้บริการ

          “รูปแบบทางธุรกิจจะเป็นรูปแบบที่ต่างจากการทำสัญญาธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่รูปแบบใหม่บีเอฟเคที แต่จะเป็นรูปแบบให้พาร์ทเนอร์ลงทุนและหาปริมาณความต้องการการใช้งานเป็นผู้ที่ลงทุนและผู้ให้บริการเป็นคนละนิติบุคคลกัน”

          ส่วนความคืบหน้าการทำสัญญาเป็นพันธมิตรให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จีบนคลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์กับบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คาดว่าจะพิจารณาได้ภายในปี 2559 เพราะหากลงนามสัญญายังช้าก็ยิ่งกระทบกับโอกาสหารายได้โดยตรงให้ทีโอที และจะทำให้ทีโอทีมีค่าเสื่อมและค่าจัดจำหน่ายติดลบต่อปี 10,000 ล้านบาท และทั้งปีจะทำให้ทีโอทีขาดทุนถึง 10,000 ล้านบาท

          ขณะเดียวกันทีโอทียังมีค่าใช้จ่ายเออลีรีไทร์พนักงานจากเป้า 1,300 คน จำนวน 3,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีพนักงานที่สมัครแล้ว 900 คน

          ส่วนข้อพิพาทเรื่องเสาโทรคมนาคมระหว่างทีโอทีกับเอไอเอสที่อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2จี บนคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ล่าสุดเอไอเอสจะส่งมอบ 9 ระบบให้แก่ทีโอทีอาทิ ระบบบิลลิ่ง หลังจากที่ได้เจรจาเพิ่มเติมบางส่วน ส่วนข้อพิพาทสิทธิเรื่องเสาโทรคมนาคมยังไม่สรุป

          พร้อมกันนี้ ทีโอทีได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการใช้ทรัพยากรร่วมกันในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยกับการประปานครหลวง (กปน.) เพื่อให้บริการกับประชาชนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเต็มศักยภาพ สนองนโยบายดิจิทัลอีโคโนมี และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งทีโอทีได้รับความไว้วางใจจาก กปน. มาตลอด

          และด้วยศักยภาพของ กปน. มีระบบผลิตและจัดส่งน้ำประปาที่มีมาตรฐานคุณภาพสูง ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและความแข็งแกร่งด้านโทรคมนาคมที่มีศักยภาพและครอบคลุม

          นายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการกปน. กล่าวว่า กปน.และทีโอทีได้ลงนามมาตั้งแต่ปี 2553 โดยข้อตกลงร่วมกันฉบับละ 3 ปี ซึ่งการลงนามครั้งนี้จึงเป็นฉบับที่ 3 โดยทั้ง 2 หน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาปรับปรุงโครงข่ายสื่อสาร เพื่อให้ กปน. ให้บริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย พัฒนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อให้ กปน. ติดต่อสื่อสารด้วยข้อมูลจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัยสูง

          ขณะเดียวกัน ยังพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่เหมาะสมและคุ้มค่าการใช้งานของ กปน. และร่วมกันพัฒนาบุคลากรที่ชำนาญด้านเฉพาะด้าน โดยเฉพาะระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณูปโภคด้วยคุณภาพสูง ตลอดจนร่วมพัฒนาระบบประปาภายในหน่วยงานของทีโอทีเพื่อให้การใช้น้ำประปาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการรั่วไหล และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า