สัมภาษณ์: ยกเครื่องไฟแนนเชียลเซอร์วิส "ดีแทค" ขี่กระแสดิจิทัลลดใช้เงินสด

 บริการประเภทดิจิทัลเพย์เมนต์ ปัจจุบันมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาทำตลาดจำนวนมาก ไล่ตั้งแต่บริการอีวอลเลตไปถึงบริการรับชำระเงิน ในรูปแบบต่าง ๆ ส่วนหนึ่งเพราะรัฐบาลสนับสนุนให้ไทยเข้าสู่ Cashless Society เริ่มจากบริการ "พร้อมเพย์" ในฝั่งฟากของผู้ให้บริการมือถืออย่าง "ดีแทค" ก็เพิ่งปรับกระบวนทัพบริการด้านการเงินเช่นกัน เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ธุรกิจ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
          "ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสพูดคุยกับ "ปานเทพย์ นิลสินธพ" ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานผลิตภัณฑ์บริการทาง การเงินออนไลน์ ดีแทค ดังนี้
          เลิกบริการทางการเงินบางอย่างไป
          เม.ย. ปิดบริการตัวแทนแจ๋วที่มีกว่า 7,500 จุดทั่วประเทศ เพราะไม่ตอบโจทย์ในแง่พฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึง ไดเร็กชั่นของบริษัทที่ต้องการเป็นดิจิทัลเซอร์วิสอันดับ 1 ทำให้เราวาง ไดเร็กชั่นใหม่ ใน 3 บริการการเงินที่เปิดให้ร้านค้า และผู้บริโภค เริ่มจากเพย์เมนต์เกตเวย์  "เพย์สบาย" จะต้องมี ระบบวิเคราะห์ทรานเซ็กชั่นเพื่อให้ร้านค้าวางแผนการตลาดได้แม่นยำขึ้น ส่วนอีวอลเลต "แจ๋ววอลเลต" จะมีฟีเจอร์ และแคมเปญใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ขณะที่แคชการ์ด หรือบัตรเงินสดจะมีพาร์ตเนอร์มากขึ้น
          แต่ละโปรดักต์จะเป็นอย่างไร
          วางโพซิชั่นเพย์สบายเป็นเพย์เมนต์เกตเวย์ที่รองรับความต้องการของร้านค้าออนไลน์ ทั้งรูปแบบออนไลน์ และออฟไลน์ ตอนนี้มีผู้ใช้แบบออนไลน์อยู่ 15,000 ราย ส่วนออฟไลน์เป็น m-POS ชำระผ่านอุปกรณ์รับชำระบัตรเครดิตด้วยสมาร์ทโฟน ส่วนใหญ่ผู้ใช้จะเป็นผู้ใช้งานเพย์สบายแบบออนไลน์อยู่เดิม แต่ต้องการไปขายสินค้าในตลาดนัดต่าง ๆ เครื่องนี้จะทำให้ปิดการขายง่ายขึ้น
          เพย์สบายยังเป็นพาร์ตเนอร์กับ "อาลีเพย์" ดูแลระบบให้จุดรับชำระเงินในคิง เพาเวอร์ 4 สาขาในเมืองด้วย
          แจ๋ววอลเลตล่ะ
          แจ๋ววอลเลตเป็นบริการสำหรับผู้บริโภค จะออกแบบให้ใช้ง่ายขึ้น จะมีแคมเปญเพื่อกระตุ้นการใช้ทุกเดือน จากที่มีปัจจุบัน 20,000 ราย เช่น ทำโปรโมชั่นร่วมกับ ดีแทคโพสต์เพด หากชำระเงินผ่านช่องทางนี้ได้รับแคชแบ็ก 5% ทำให้ผู้ใช้เพิ่มขึ้น 4 เท่าภายในเวลาอันสั้น และแก้ปัญหาเรื่องแอปพลิเคชั่นอีวอลเลต กับเวอร์ชวลเครดิตการ์ด ที่แต่ก่อนแยกกันคนละแอป มาอยู่ในแอปเดียวกัน ทำให้แข่งกับโอเปอเรเตอร์รายอื่นได้ดีขึ้น ปีนี้ตั้งเป้าผลักดันให้มีผู้ใช้ถึง 2 แสนราย
          แคชการ์ดจะเปลี่ยนแปลงขนาดไหน
          ต้องยอมรับว่าดีแทคเริ่มต้นธุรกิจบัตรเงินสดช้ากว่ารายอื่น เพิ่งเข้ามาทำปีที่แล้วแต่เจ้าอื่นทำมาเกือบ 10 ปี โดยหลัก แคชการ์ดจะนำไปใช้เติมเงินเกม ปีนี้คิดเป็นมูลค่า 6,500 ล้านบาท หรือ 70% ของการเติมเงินเกมผ่านช่องทางต่าง ๆ
          ดีแทคมีส่วนแบ่งเพียง 3-5% ของตลาด ปีนี้จึงเตรียมหาพาร์ตเนอร์เกี่ยวกับเกมเพิ่มเป็น 10 ราย จากมีอยู่ 5-6 ราย เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดแคชการ์ดให้ได้ 20-25% ในปี 2560 รวมถึงร่วมมือกับผู้ให้บริการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอนเทนต์ เช่น รับชมภาพยนตร์ออนไลน์เพิ่มเติม และเมื่อเร็ว ๆ นี้ร่วมกับ "ดิจิทัลคราฟ" ผู้ให้บริการเกมออนไลน์ และโมบายเกม เชื่อมต่อระบบเติมเงินในเกมเข้าด้วยกัน คาดว่าสิ้นปีมูลค่าการเติมเงินจะอยู่ที่ 30 ล้านบาท โดยผู้เข้าเล่นเกมในแพลตฟอร์มของพาร์ตเนอร์ 5 แสนราย จากการลงทุนเชื่อมต่อระบบ และทำการตลาด
          การแข่งขันในปีนี้
          น่าจะสนุก และท้าทาย เพราะตลาดออนไลน์เพย์เมนต์ยังค่อนข้างเล็ก เมื่อเทียบ กับประชากร หรือจำนวนผู้ใช้มือถือ แต่หลังจากการผลักดันของรัฐบาล และแบงก์ชาติเพื่อเปลี่ยนประเทศไทยไปสู่ Cashless Society หรือสังคมปราศจากเงินสด ทำให้ตลาดคึกคักขึ้น ประกอบกับการเกิดขึ้นของฟินเทคหน้าใหม่ และการเข้ามาของทุนจากต่างประเทศ ทำให้ผู้เล่นรายเดิมต้องปรับตัวเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภค
          พร้อมเพย์ช่วยดึงความเชื่อมั่นแค่ไหน
          พอรัฐเข้ามาซัพพอร์ต ผู้บริโภค ก็เชื่อมั่นในธุรกรรมทาง การเงินออนไลน์มากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้บางคนก็ไม่เชื่อมั่นในอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง และการเติมเงินในอีวอลเลต หรือบริการต่าง ๆ ก็ยังมาจากบัตรเงินสดเป็นหลัก ถ้าเทียบไทยกับอาเซียนถือว่าล้าหลังจากประเทศชั้นนำพอสมควร แต่เมื่อค่าบริการพร้อมเพย์ค่อนข้างถูก ประกอบกับภาครัฐเตรียมแผนขึ้นเฟสใหม่ ๆ  ตามมา ทำให้ผู้บริโภคสมัครใช้งานมากขึ้น ในทางกลับกันพร้อมเพย์ช่วยลดต้นทุนในการส่งเงินสด เช่น บริการโอนเงิน และชำระบิลต่าง ๆ เช่นกัน เมื่อผู้บริโภคเชื่อใจในการทำธุรกรรมออนไลน์ และมีเงินสดอยู่บนโลกออนไลน์ การเปิดใจใช้อีมันนี่ หรืออีวอลเลตก็ง่ายขึ้น ตรงกับไดเร็กชั่นของเราที่ต้องการเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลอันดับ 1 ซึ่งไฟแนนเชียลเซอร์วิส เป็นหนึ่งในบริการนั้นและทำให้ส่วนแบ่งรายได้จากแต่ละทรานเซ็กชั่นโตขึ้นด้วย
          ปลายปีนี้ปีหน้าจะเห็นอะไร
          จะได้เห็นความแข็งแกร่งของไฟแนนเชียลเซอร์วิสผ่านความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ และบริการต่าง ๆ ทั้งเพย์เมนต์เกตเวย์ และบัตรเงินสดจะมีธุรกิจใหม่ ๆ เข้ามาใช้มากขึ้น ไม่ใช่แค่พ่อค้าออนไลน์ และผู้ให้บริการเกมเท่านั้น ส่วนอีวอลเลตจะเห็นความชัดเจนในการให้บริการ สามารถแข่งกับโอเปอเรเตอร์รายอื่น รวมถึงผู้เล่นรายอื่นได้สูสีขึ้น ด้วยโปรโมชั่นต่าง ๆ ขณะที่ตลาดรวมจะเติบโตอย่างรวดเร็ว