สหภาพฯทีโอทีดึงสรส.ต้านแปรรูป

    ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี "ฮึ่ม" ใส่ 2 รัฐวิสาหกิจ ทั้ง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ใจความว่า "หากไม่ร่วมมือ ไม่เปลี่ยนแปลง ขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่าสร้างความขัดแย้ง หรือเดิน ขบวนประท้วง ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องยุบหน่วยงาน" ก็ตาม แต่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 บริษัท ก็ยังคงเดินหน้าเคลื่อนไหวคัดค้านการแปรรูป เพื่อต้องการให้นายกฯ ทบทวนอีกครั้งหนึ่ง

          ดึง สรส. ค้าน คนร.

          พงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ประธานสหภาพฯ ทีโอที เปิดเผยว่า ต้องขอขอบพระคุณที่นายกรัฐมนตรีได้อุทิศตัวเองเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมทั้งกำหนดแนวทางการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากบ่วงของความขัดแย้งและนำพาประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าทั้งเศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งได้มีความพยายามที่จะแก้ปัญหาทีโอที ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) แต่การแตกสินทรัพย์ไปไว้ในบริษัทลูกนั้น ไม่มีความชัดเจนว่าบริษัทที่ตั้งใหม่นั้นไม่ได้ช่วยสร้างความคล่องตัวในการทำงานของ ทีโอทีแต่อย่างใด

          ประเด็นนี้ทั้งพนักงานและฝ่ายบริหารต่างเห็นพ้องต้องกันว่า สิ่งที่ทีโอทีต้องการความคล่องตัวในการทำงานนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ คนร.คิด ทีโอทีไม่ได้ต้องการให้แยกทรัพย์สินออกไป โดยเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมาสหภาพฯ ได้จัดประชุมวิสามัญครั้งที่ 1/2559 มีมติเห็นชอบในการคัดค้านมติ คนร. ซึ่งการจัดงานดังกล่าวมีพนักงานทีโอทีเข้ามาร่วมงานประมาณ 460 คน และมติดังกล่าวมีผลทางกฎหมายที่สามารถเป็นตัวแทนของพนักงานทั้งหมดได้ว่าทุกคนไม่เห็นด้วยกับมติ คนร. ซึ่งมติดังกล่าวสหภาพฯ จะนำไปเสนอต่อ "พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์" ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ซึ่งเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ ภายในสัปดาห์หน้า พร้อมชี้แจงข้อเสียในการทำตามรูปแบบมติ คนร.และข้อเสนอจากทีโอทีที่เห็นว่าจะทำให้ทีโอทีมีทางรอดด้วย

          สำหรับข้อเสียในการแยกทรัพย์สินไปตั้งบริษัทโครงข่าย ระหว่างประเทศนั้น ด้วยเงื่อนไขที่บริษัทนี้จะต้องเป็นอิสระจากทีโอที จะทำให้ทีโอทีไม่ได้ประโยชน์ในการลงทุนเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศตามที่ ทีโอทีได้ลงทุนสร้างโครงข่ายเคเบิลใยแก้วใต้น้ำตามวัตถุประสงค์แต่แรก และหากบริษัทนี้ไม่มีนโยบายการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของทีโอที ทีโอทีจะไม่สามารถวางแผนการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายดังกล่าวได้ จึงยากที่จะวางแผนใช้แบนด์วิธในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ

          ขณะที่การแยกทรัพย์สินไปตั้งบริษัทศูนย์ข้อมูล ยิ่งทำให้ ทีโอทีหมดโอกาสในการทำธุรกิจที่กำลังเป็นเทรนด์ของตลาดไปอย่างน่าเสียดาย และการแยกทรัพย์สินไปตั้งเป็นบริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์ในประเทศนั้นจะทำให้ทีโอที ไม่มีความสะดวกในการให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแก่ลูกค้า

          'แนวทางที่ คนร.ทำ จึงเหมือนกับเป็นการปล่อยให้ทีโอทีอยู่ต่อไปอย่างไม่มีคุณค่า ไม่ได้แก้ปัญหาให้ทีโอทีเหมือนเป็นการวางแผนให้ทีโอทียุบเลิกกิจการอย่างนิ่มนวล'

          ดังนั้นควรแยกทีโอทีออกเป็นหน่วยธุรกิจที่ชัดเจนเพื่อให้แต่ละหน่วยธุรกิจมีความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ แยกอิสระต่อกัน โดยแต่ละหน่วยธุรกิจสามารถมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ ซึ่งจะทำให้ทีโอทีสามารถให้บริการได้ทุกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม แต่หากสิ่งที่ทีโอทีเสนอแล้วยังไม่ได้รับการตอบรับสหภาพฯ ก็จะขอให้ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เข้ามาเคลื่อนไหว เพราะตนเองเชื่อว่า หากทีโอทีและกสท โดนให้แยกทรัพย์สินแบบนี้แล้ว รัฐวิสาหกิจอื่นๆ ที่เหลือก็คงต้องโดนแบบเดียวกันแน่นอน

          อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าการจัดการประชุมวิสามัญ 1 วัน "พล.อ. สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์" ประธานคณะกรรมการทีโอที และมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที ได้ออกมาชี้แจงให้พนักงาน ทีโอทีทราบถึงความตั้งใจของ คนร.ที่ต้องการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ ทีโอที โดยประธานบอร์ดกล่าวว่า 1 ปี ที่ คนร.กำหนดให้ตั้งบริษัทลูกให้เสร็จนั้น ก็อาจจะไม่เร็วอย่างที่คิด เพราะยังมีหลายอย่างที่ซับซ้อน

          ขณะที่มนต์ชัยก็เห็นพ้องกับสหภาพฯทีโอทีว่าไม่ได้ต้องการให้แยกทรัพย์สินออกไป เพราะความคล่องตัวในการทำงานที่ต้องการคือ การแยกหน่วยธุรกิจ ไม่ใช่นำทรัพย์สินออกไป อย่างนี้จะยิ่งทำให้ทีโอทีทำงานลำบากขึ้น ซึ่งท่าทีดังกล่าวทำให้บรรยากาศในการพูดคุยระหว่างพนักงานและฝ่ายบริหารเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

          จัดเวทีระดมนักวิชาการร่วมต้าน

          ด้านสหภาพฯ กสท หลังจากได้เคลื่อนไหวอย่างดุเดือดมาแล้วหลายครั้ง แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีออกมาฮึ่มใส่ ก็ต้องเปลี่ยนแนวทางการคัดค้านด้วยการเตรียมเชิญนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาระดมความเห็นคัดค้านมติ คนร. โดย 'สังวรณ์ พุ่มเทียน' ประธานสหภาพฯกสท ออกมาเปิดเผยว่า หลังจากที่นายกฯออกมาสนับสนุน มติ คนร.สหภาพฯ กสท ก็ยังคงยืนยันเดินหน้าคัดค้านอย่างต่อเนื่องโดยสหภาพฯ ได้ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยที่บริษัทที่ปรึกษาวิเคราะห์เพียง 3 บริษัทลูก แต่ไม่วิเคราะห์ว่าแล้วบริษัทเก่าจะอยู่รอดอย่างไร อีกทั้งบริษัทที่ปรึกษาก็ไม่มีการบอกแผนธุรกิจที่ชัดเจนว่าบริษัทลูกจะอยู่รอดอย่างไร

          ดังนั้น ในวันที่ 25 ส.ค.นี้สหภาพฯ จะจัดเวทีเสวนาโดยเชิญ 'อนุภาพ ถิรลาภ' นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมมาเป็นวิทยากร และจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงไอซีที สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มาร่วมรับฟังเพื่อให้เข้าใจว่าสิ่งที่ คนร.คิดนั้น ไม่ได้ช่วยให้ กสท อยู่รอดแต่อย่างใด

          อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้ กสท กำลังร่างทีโออาร์เพื่อจ้างบริษัทที่ปรึกษามาวิเคราะห์แผนธุรกิจของ กสท เพื่อนำไปยืนยันกับ พันธ์ศักดิ์ ว่าทางรอดของ กสท อยู่ที่ตรงไหน และมีความหวังว่า คนร.จะปรับแก้ตามที่ที่ปรึกษาเสนอก็ตามที แต่ขั้นตอนการเซ็นอนุมัติต้องใช้เวลานาน เนื่องจากขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรอการแต่งตั้ง "พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์" เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ ซึ่งกระบวนการก็ยังต้องใช้เวลานาน ตามรูปแบบการทำงานแบบรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นการ ชี้ชัดว่าความคล่องตัวในการทำงานแบบรัฐวิสาหกิจเป็นอย่างไร และที่ผ่านมาที่ กสท ทำงานช้า และ 2 ปีที่ผ่านมาที่พันธ์ศักดิ์บอกว่าไม่เห็นความคืบหน้าในการหาทางรอดนั้น มีปัญหามาจากอะไร

          'จึงขอยืนยันว่าปัญหาของ กสท ไม่ควรแก้ด้วยการแยกทรัพย์สินไปตั้งเป็นบริษัท แต่ควรแก้ที่ความคล่องตัวในการทำงาน'

          ด้าน 'สุรพันธ์ เมฆนาวิน' รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า เชื่อว่าเมื่อ กสท ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาแล้วหากเห็นว่ามติที่ คนร.จะเดินนั้นไม่ถูกต้องและมีทางออกที่ดีกว่า พันธ์ศักดิ์ก็รับปากว่าจะสามารถแก้ไขในรายละเอียดได้

          สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร!!v