CSL ทุ่มงบเฉียด 300 ล. สร้างศูนย์คอมพิวเตอร์ เจาะฐานลูกค้าคอนโด

ทันหุ้น - CSL อัดฉีดงบเฉียด 300 ล้านบาท สร้างศูนย์คอมพิวเตอร์-ระบบดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์-บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ชี้การเพิ่มการลงทุนอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อขยายการให้บริการตามคอนโดมิเนียมในเขตกรุงเทพฯ
          แหล่งข่าวบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) หรือ CSL เปิดเผยว่า แนวโน้มครึ่งหลังของปี 2559 บริษัทยังคงสานต่อการขยายการลงทุนด้านศูนย์คอมพิวเตอร์ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบเฉพาะพื้นที่ เจาะกลุ่มลูกค้าคอนโดมิเนียมที่ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้บริการ ควบคู่ไปกับการปรับแผนการบริหารจัดการต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายของกลุ่มบริษัทอย่างเคร่งครัด
          โดยช่วงปลายปี 2559 บริษัทจะทำการก่อสร้างอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์ อาคารที่ 2 ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างอาคารประมาณ 60 ล้านบาท และจะลงทุนทางด้านระบบบริการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ อีกประมาณ 100-200 ล้านบาท ตามการเติบโตของธุรกิจ นอกจากนั้น บริษัทจะเพิ่มการลงทุนในบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในครึ่งปีหลังอีก 40 ล้านบาท เพื่อขยายการให้บริการตามคอนโดมิเนียมในเขตกรุงเทพฯ
          ยอดขายไอซีทีพุ่ง
          ส่วนผลประกอบการครึ่งปีแรก บริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 1,461 ล้านบาท ลดลง 1% จากช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 จากการเติบโตของยอดขายจากธุรกิจการให้บริการด้านไอซีที สามารถชดเชยยอดขายที่ลดลงของธุรกิจสมุดหน้าเหลืองและธุรกิจการให้บริการข้อมูลด้วยเสียงทางโทรศัพท์และการให้บริการเสริมบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ บริษัทสามารถรักษาผลกำไรช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 ได้ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเท่ากับ 163 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.27 บาทต่อหุ้น เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเคร่งครัดของกลุ่มบริษัท
          อนึ่ง ในส่วนของงบการเงินเฉพาะกิจการ สำหรับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิ เท่ากับ 157 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.26 บาทต่อหุ้น โดยแบ่งเป็น กำไรจากการดำเนินงาน จำนวน 137 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท หรือ 10% จากช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558
          เนื่องจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนบริการด้านศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต (ดาต้าเซ็นเตอร์) และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสำหรับกลุ่มลูกค้าคอนโดมิเนียม และเงินปันผลรับจากบริษัทย่อยจำนวน 20 ล้านบาท