อัพเดทเทรนด์เทคโนโลยีปกป้องข้อมูลอย่างล้ำยุค

 ปลายเดือนที่แล้ว ผมมีโอกาสไปเยี่ยมชมงาน RSA Conference ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นงาน IT Security ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และของโลก ซึ่งความจริงแล้วงานนี้จะจัดขึ้นทุกปีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยที่ตลาด IT Security ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกเติบโตต่อเนื่องตลอดในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับการเดินทาง ไปงานที่สหรัฐอเมริกาค่อนข้างลำบาก เพราะใช้เวลานานอย่างน้อย 12-13 ชั่วโมง ถ้าจากประเทศไทย ต้องใช้ถึง 20 ชั่วโมง ปีนี้จึงจัดงาน ที่ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก
          งาน RSA Conference ประกอบไปด้วยการจัดงานสองส่วนหลัก คือ การจัดแสดงนิทรรศการที่เป็นส่วนของการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกส่วนคือส่วนของงานสัมมนาวิชาการ ที่เป็นส่วนที่ ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วทุกมุมโลกจะมาอัพเดทข้อมูลข่าวสารเทคโนโลยี โดยผู้สนใจเข้าฟัง ดูรายละเอียดเลือกห้องที่มีหัวข้อหรือวิทยากรที่สนใจ แต่การเข้าฟังต้องซื้อบัตร ซึ่งผู้เข้าร่วมที่ไม่ประสงค์ฟังบรรยาย ก็เดินชม ส่วนของนิทรรศการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
          ผมเองจากที่ได้เข้าร่วมงาน เพื่ออัพเดทเทคโนโลยีใหม่ๆ พบว่าภายในงานมีเทคโนโลยีใหม่ๆ น่าสนใจมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส่วนของไอที ซีเคียวริตี้ โดยผม ขอยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่น่าสนใจ และไม่เคยเห็นกันมาก่อนเหล่านั้น มาพูดคุยกันในฉบับนี้ผมขอพูดถึงเทคโนโลยีเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยข้อมูล (Data Security) ซึ่งอันที่จริงเราอาจเคยเห็นในหนังกันมาบ้าง เช่น หนังแอคชั่นโจรกรรมข้อมูลต่างๆ โดยข้อมูลที่ถูกโจรกรรมมักจะถูกบรรจุอยู่ในฮาร์ดดิสก์ หรือแฟลชไดร์ฟ และต้องหาทางปลดรหัสบนฮาร์ดดิสก์หรือแฟลชไดร์ฟนั้นๆ เพื่อนำข้อมูลออกมาใช้งาน
          สำหรับเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยข้อมูล ที่จะพูดถึงนี้คือเทคโนโลยีที่นำข้อมูลบรรจุลงในอุปกรณ์พกพา ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดดิสก์หรือแฟลชไดร์ฟ และสามารถสร้างระบบรักษาความปลอดภัยที่ อุปกรณ์นั้นๆ เลย แตกต่างจากที่เราเคยรู้จัก ที่ใส่การป้องกันหรือระบบรักษาความปลอดภัยบนระบบปฏิบัติการ หรือที่ตัวข้อมูลเลย โดยเทคโนโลยีนี้เป็นอุปกรณ์ที่เปรียบเสมือนกล่องวิเศษ หรือเซฟที่มีระบบความปลอดภัย โดยการจะใช้ข้อมูลในอุปกรณ์นั้นๆ ได้ ต้องยืนยันตัวตนแบบสองขั้น หรือที่เรียกว่า ทูแฟกเตอร์ออเทนติเคชั่น (2 Factors Authentication) โดยต้องใส่รหัส ควบคู่ไปกับการยืนยันตัวตน เช่น ระบบอาร์เอฟไอดี (RFID หรือ Radio-frequency identification) ซึ่งหากผู้ที่ขโมยไปมีอันใดอันนึงก็นำข้อมูลออกไปไม่ได้
          นอกจากนั้นข้อมูลจะเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ ที่สร้างข้อกำหนด หรือ Policy ต่างๆ เพื่อกำหนดสิทธิ์การใช้งานข้อมูลต่างๆ อีกขั้นหนึ่ง เช่น เมื่อกระทำใดกับข้อมูล จะแจ้งเตือนเสมอ
          โดยผู้นำทั่วโลกต่างใช้เทคโนโลยีนี้เก็บข้อมูล หรือกองกำลังทหาร ต่างเลือกใช้อุปกรณ์นี้ เพราะหากเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ ความเสี่ยงในการถูกเหล่าแฮคเกอร์เข้ามาขโมยข้อมูลหรือโจมตีทำลาย ข้อมูลสูงมาก อย่างไรก็ตามความปลอดภัยที่มั่นใจได้อีกอย่าง เช่น กรณีนักบินขับไล่ที่จะสวมใส่อุปกรณ์ที่บรรจุข้อมูลแผนการรบ แผน การบินต่างๆ แล้วถูกจับตัวไป แม้จะถูกทรมานอย่างไรก็เอารหัสหรือ ข้อมูลไปไม่ได้ เพราะสามารถกดปุ่มทำลายข้อมูลได้ทันที และกู้ข้อมูลกลับมาไม่ได้ ทั้งนี้จากการที่ผมสอบถามผู้เชี่ยวชาญและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีนี้ เรานำไปใช้ประโยชน์ได้หลายวงการ อาทิ วงการภาพยนตร์ ที่สมัยนี้ไฟล์ที่ผลิตเป็นดิจิทัล ไม่ใช่ฟิล์มอย่างแต่ก่อนแล้ว จะเก็บไฟล์หนัง ที่ถ่ายทำเสร็จแล้วลงในอุปกรณ์ล็อกข้อมูลนี้
          ความน่าสนใจของเทคโนโลยีอุปกรณ์ล็อกข้อมูลนี้ ไม่ใช่แค่ขนาด ที่หลากหลายพร้อมกับความมั่นคงและความปลอดภัยที่มีสูง ยังรวมถึงตัวอย่างการใช้งานจากหน่วยงานที่มีข้อมูลสำคัญหรือแม้กระทั่งประธานาธิบดีในหลายประเทศต่างๆ ด้วย ฉบับหน้าผมจะมีเทคโนโลยีที่น่าสนใจอย่างมากอีกหนึ่งตัวจากงานนี้ มาพูดคุยกัน รอติดตามในฉบับหน้านะครับว่าจะเป็นอะไร 

 
นักรบ เนียมนามธรรม
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด