ชี้ยิ่งช้าไทยยิ่งเสียโอกาส ไอซีทีขีดเส้นสิ้นปีนี้เน็ตหมู่บ้านพร้อมกระหึ่ม

"อุตตม" ลั่นเดินหน้าเน็ตหมู่บ้านเต็มพิกัด สิ้นปีนี้ต้องเปิดบริการ 10,000 หมูบ้าน ย้ำยิ่งล่าช้า ประชาชนยิ่งเสียโอกาส ใครทำให้ล่าช้าต้องรับผิดชอบ ยันอุปกรณ์ติดตั้งต้องดีมีคุณภาพ
          นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า จากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการดำเนินการโครงการสร้างโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ให้เข้าถึงทุกหมู่บ้านและชุมชนของรัฐบาลนั้น พบว่าประชาชนมีความต้องการใช้อินเตอร์เน็ต และเห็นด้วยในระดัง 94.1% กับนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นกระทรวงไอซีทีจะเดินหน้าอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่บ้านมีอินเตอร์เน็ตใช้ เพราะการมีอินเตอร์เน็ตใช้นั้น ก่อให้เกิดโอกาสในการสร้างงานสร้างรายได้ และเพิ่มความรู้ให้กับประชาชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้เร่งเดินหน้าโครงการ
          "ยอมรับว่าโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน อาจล่าช้าไปบ้าง เพราะกระบวนจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องใช้เวลา และต้องทำอย่างรอบคอบ รัดกุม ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งผมจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะให้โครงการนี้สำเร็จตามเป้าหมายภายในสิ้นปีนี้ 10,000 หมู่บ้านต้องได้ใช้งานและอุปกรณ์ที่นำมาติดตั้งให้บริการประชาชนจะต้องเป็นอุปกรณ์ที่ดีมีคุณภาพ ทุกฝ่ายสามารถตรวจสอบได้ เพราะเป็นโครงการที่ดีสร้างโอกาสให้ประชาชน หากล่าช้าไปมากกว่านี้ ประชาชนก็จะเสียโอกาส ผมอยากให้ทุกคนมองถึงตัวเองว่าเมื่อมีอินเตอร์เน็ตใช้ มีโทรศัพท์ใช้งานอย่างสะดวกสบายนั้น สร้างโอกาสมากแค่ไหน ฉะนั้นก็ขอให้นึกถึงประชาชนที่ไม่มีและอยากใช้ด้วยเพราะฉะนั้นใครที่ทำให้ประชาชนเสียโอาสในการใช้อินเตอร์เน็ต จะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย"
          นายอุตตมกล่าวต่อถึงผลสำรวจข้อมูลโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่สำรวจข้อมูลระหว่างวันที่ 1-10 มิ.ย.2559 ทีผ่านมา จากประชาชนตัวอย่าง 30,406 คน แบ่งเป็นประชาชนในเขตเทศบาล 5,111 คน นอกเขตเทศบาล 25,295 คน โดยผลสำรวจระบุว่า ประชาชนราว 94.1% เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาลในโครงการอินเตอร์เน็ตเข้าถึงทุกหมู่บ้านรัฐบาลในโครงการอินเตอร์เน็ตเข้าถึงทุกหมู่บ้าน มีเพียง 5.9% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐ โดยในส่วนของประชาชนที่เห็นด้วยนั้น ราว 86.4% ต้องการใช้บริการอินเตอร์เน็ตของรัฐบาล และ 13.6% ไม่ต้องการใช้ เมื่อพิจารณาเป็นรายภาคแล้วพบว่าประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ มีความต้องการใช้ 90% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 85.9% ภาคกลาง 85.6% ภาคเหนือ 85.2% และประชาชนราว 97.3% มีอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารของครัวเรือน อาทิ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือโน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ แท็บเล็ต และโทรศัพท์บ้าน มีเพียง 2.7% ที่ไม่มีอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร
          สำหรับเหตุผลที่ประชาชนต้องการใช้บริการ ได้แก่ การติดตามข่าวสาร การติดต่อสื่อสายภายในครอบครัว ญาติ และเพื่อน การศึกษาค้นหาข้อมูล บันเทิง เล่นเกม อำนวยความสะดวกในการเดินทางและบริการสาธารณสุข ส่วนเหตุผลที่ไม่ต้องการ ได้แก่ ใช้ไม่เป็น ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ ที่บ้านมีอยู่แล้ว ใช้จากโทรศัพท์ ไม่มีเวลา ไม่ว่างและไม่สนใจการใช้อินเตอร์เน็ต และผลสำรวจจากประชาชนที่เห็นด้วย 64.6% เห็นว่าโครงการมีประโยชน์ในระดับมาก ที่ภาครัฐจะทำให้ทุกหมู่บ้านมีอินเตอร์เน็ตเข้าถึง และติดตั้งจุดบริหารอินเตอร์เน็ตไร้สายฟรี (ไวไฟ) 1 ปี 1 จุด และประชาชนจำนวน 30.8% เห็นด้วยระดับปานกลาง ประชาชน 3.8% ระดับน้อย-ไม่มีประโยชน์ และ 0.8% ไม่รู้และไม่ทราบ
          ส่วนผลสำรวจความพึงพอใจ พบว่า ประชาชน 84.4% พึงพอใจในระดับมากถึงมากที่สุดในโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน เมื่อสำรวจรายภาคพบว่าประชาชนทั้ง 4 ภาคพึงพอใจในระดับมากถึงมากที่สุด ในสัดส่วน 823.-86.6% และประชาชนที่เห็นด้วยสนใจจะซื้อบริการอินเตอร์เน็ตใช้ส่วนตัวจากโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน 41.1%