''บิ๊กจิน''หนุนปรับโครงสร้างทีโอที/กสท 

รองนายกฯประจิน วาง 4 ยุทธศาสตร์ ให้ประเทศไทยจะก้าวสู่ ดิจิตอล อีโคโนมี พร้อมดันโครงการเน็ตหมู่บ้านต้องเสร็จทันปี 2560 เผยแม้โครงการเริ่มช้า แต่มั่นใจต้องเสร็จทัน พร้อมหนุนคนร.ปรับโครงสร้าง ทีโอที และกสท เพื่อให้แข่งกับเอกชนได้

          เมื่อวันที่  4 สิงหาคม ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดงานสัมมนาวิชาการและงานประชุมเชิงวิชาการผู้บริหารระดับสูงภาครัฐและเอกชน เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติประจำปี 2559 ( NBTC Expo Thailand หรือ NET 2016) ที่โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "นโยบาย Digital Economy ของประเทศไทย" และนายดอน แท็ปสก๊อตต์ นักคิดและที่ปรึกษาด้านธุรกิจระดับโลก โดยมีผู้ที่สนใจจากประชาชน ภาครัฐ และเอกชนเข้าร่วมสัมมนาดังกล่าวราว  300 คน

          พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า นโยบาย Digital Economy  หรือ DE ของประเทศไทยต้องขับเคลื่อนภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ 1.การทำโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคม นาคมให้เข้มแข็ง และเป็นโครงสร้างด้านความมั่นคงของประเทศ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตต้องทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ โครงการบรอดแบนด์หมู่บ้าน ต้องเสร็จและเข้าถึง 40,000 หมู่บ้านภายใน ปี 2560 แม้ว่าขณะนี้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที จะเริ่มโครงการได้ล่าช้ากว่าที่ให้คำมั่นกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องจากติดปัญหาภายในของฝ่ายบริหารในกระทรวง ซึ่งตนเองจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องนี้ แต่จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีไอซีที แก้ไขปัญหา โดยเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ โครงการแม้จะเริ่มช้ากว่ากำหนด แต่ต้องติดตั้งให้ครบตามกำหนดคือปี 2560

          ดังนั้นรัฐบาลต้องกำหนดแผนการใช้ทรัพยากรให้ดี ต้องมีแผนงานในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานของ 2 รัฐวิสาหกิจ คือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ให้มีศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลมีแผนในการทำตรงนี้อยู่

          ส่วนประเด็นที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 บริษัท ได้ออกมาคัดค้านนโยบายการให้นำหน่วยธุรกิจที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมาตั้งเป็นบริษัทลูกดำเนินงานร่วมกันตามมติของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ(คนร.) นั้น โดยส่วนตัวได้รับฟังบรรยายสรุปในการดำเนินการเรื่องดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พบว่าไม่มีประเด็นใดเลยที่หากดำเนินการแล้วจะเป็นการไปทำลายทาง กสท และ ทีโอที ในทางกลับกันจะเป็นการไปสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ทั้ง 2 องค์กร เพราะที่ผ่านมาการทำงานของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ มักก้าวได้ช้ากว่าภาคเอกชน ทั้งนี้จึงอยากให้ผู้ที่คัดค้านนโยบายดังกล่าว ใจเย็นและศึกษาตัวนโยบายให้แน่ชัดก่อน

          ยุทธศาสตร์ที่ 2 คือ การทำประเทศไทยให้เป็น ไทยแลนด์ 4.0 ภายในปี 2564 ซึ่งทุกอย่างต้องนำเทคโนโลยีมาทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ยุทธศาสตร์ที่ 3 การทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการของภาครัฐอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และยุทธศาสตร์ที่ 4 คือ การปรับหน่วยงานราชการให้เป็น ดิจิตอล โกเวินเมนต์ เปลี่ยนหน่วยงานราชการที่เป็นจุดอ่อน เป็นจุดแข็ง ทั้งนี้การที่จะนำพาประเทศไทยสู่ Digital Economy รัฐบาลได้วางแผนระยะยาวไว้ 20 ปี โดยต้องทำงานเป็นระยะ 1 ปี 5 ปี  และ 20 ปี