''เอไอเอส''กำไรลด252ล้าน ธุรกิจอินเทอร์เน็ตช่วย แจกปันผล5.94บาท คาดรายได้ทั้งปีโตเล็กน้อย 

โพสต์ทูเดย์ - แอดวานซ์ฯ แจกมือถือจัดโปรดึงลูกค้ารายเดือนเพิ่ม 4 แสนราย ยันงบลงทุนปีนี้ 4 หมื่นล้าน ส่วนไทยคมมีลูกค้ารายแรกไทยคม 8

          บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส (ADVANC) เปิดเผยผลงานงวดไตรมาส 2/2559 กำไรสุทธิ 9,596 ล้านบาท ลดลง 252 ล้านบาท หรือ 2.55% จากระยะเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9,848 ล้านบาท แต่ดีขึ้น 18.88% จากไตรมาสแรกที่มีกำไรสุทธิ 8,072 ล้านบาท รวม 6 เดือนปีนี้ มีกำไรทั้งสิ้น 17,699 ล้านบาท ลดลงจำนวน 2,046 ล้านบาท หรือ 10.36% เทียบกับกำไรสุทธิ 19,745 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน

          คณะกรรมการบริษัทมีมติให้นำกำไรทั้งหมดมาจ่ายเงินปันผลกลางปีหุ้นละ 5.94 บาท น้อยกว่าเงินปันผลระหว่างกาลปี 2558 ที่ 6.50 บาท/หุ้น โดยเงินปันผล 5.94 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 3.37%

          บริษัทชี้แจงว่า ในไตรมาส 2/2559 ตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงแข่งขันสูงอยู่ ต้องแจกมือถือและการจัดแคมเปญจูงใจลูกค้า ในขณะที่สภาพเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวช้า โดยธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของบริษัทเติบโตได้ค่อนข้างดี โดยมีผู้ใช้บริการ 11.5 แสนราย มีรายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย) 30,169 ล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 0.1% จากไตรมาสแรก แต่หากไม่รวมผลกระทบจากรายได้พิเศษระบบเติมเงิน 318 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2558 รายได้ส่วนนี้จะเพิ่มขึ้น 0.1% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน

          นอกจากนั้น ระบบรายเดือนกลับมาดีขึ้นเมื่อมีแคมเปญมือถือดึงดูดใจ ทำให้มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 400,400 ราย ส่วนลูกค้าระบบเติมเงินเพิ่มขึ้นเพียง 26,300 ราย รายได้ต่อเลขหมาย/เดือน ลดลง อยู่ที่ 188 บาท แต่โดยเฉลี่ยยังคงใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือเพิ่มขึ้นเป็น 2.4 กิกะไบต์/เลขหมาย/เดือน ขณะที่อัตราการใช้งานการโทรปกติยังคงลดลง ระบบรายเดือนใช้งานเฉลี่ย 313 นาที และเลขหมายระบบเติมเงินใช้งานเฉลี่ย 234 นาที ส่วนค่าใช้จ่ายในการแจกมือถือลดลงเหลือ 1,600 ล้านบาท จาก 3,400 ล้านบาท ในไตรมาสที่แล้ว ทำให้อัตรากำไรก่อนภาษี ดอกเบี้ยค่าเสื่อม (อีบิตดา) เพิ่มขึ้นเป็น 17,012 ล้านบาท หรือ 27% จากไตรมาสที่แล้ว

          ณ สิ้นไตรมาส 2 เอไอเอสมีลูกค้าทั้งสิ้น 39.4 ล้านเลขหมาย (เป็นระบบรายดือน 15% และเติมเงิน 85%)

          บริษัทประมาณการครึ่งหลังปี 2559 หลังการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ คาดว่ารายได้จากการบริการ (ไม่รวมค่าเชื่อมฯ) ปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งปีรายได้จะเติบโตเล็กน้อยจากปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการย้ายลูกค้า 2จี ที่มีแนวโน้มลดลง จะส่งผลให้อัตราอีบิตดามาร์จิ้นอยู่ที่ประมาณ 38-39% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 37-38% ส่วนเงินลงทุนโครงข่าย (CAPEX) คาดจะคงที่ที่ประมาณ   4 หมื่นล้านบาท

          ด้าน บริษัท ไทยคม (THCOM) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการขายช่องสัญญาณบนดาวเทียมไทยคม 8 กับบริษัท ไอพีเอ็ม   ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโทรทัศน์ดาวเทียมชั้นนำของไทย นับเป็นลูกค้าใหญ่รายแรกหลังจัดส่งขึ้นสู่วงโคจรไปตั้งแต่เดือน พ.ค. 2559   ณ ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก ทำให้มีผู้ชมโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในระบบเคยูแบนด์ของ ไอพีเอ็ม หันหน้าจานมารับสัญญาณดาวเทียมไทยคมเพิ่มขึ้นอีกกว่า 4 ล้านราย ซึ่งเป็นไปตามแผนกลยุทธ์ของไทยคมในการให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียมเพื่อตอบสนองการเติบโตที่รวดเร็วของอุตสาหกรรมบรอดคาสต์ของเอเชีย

          นายมานพ โตการค้า ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอพีเอ็ม โฮลดิ้ง กล่าวว่า ด้วยศักยภาพของดาวเทียมไทยคม 8 จะช่วยให้บริษัทได้ประโยชน์จากช่องรายการที่หลากหลายและช่วยบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ