"อินทัช" เปิดแผนร่วมทุนตั้งฟินเทค

 นายฟิลิป แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อินทัชมีแผนที่จะขยายการลงทุนสู่ธุรกิจฟินเทค (เทคโนโลยีด้านการเงิน) เพราะถือเป็นโอกาสที่ดีในขณะที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรือ “เนชั่นแนล อี-เพย์เม้นท์” โดยหวังว่าจะสามารถได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ซึ่งจะทำให้กลุ่มอินทัชเดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจฟินเทคเต็มตัว นอกเหนือจากการถือหุ้นใหญ่อยู่ในบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส และ บริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน)
          “แนวทางการเข้าสู่ธุรกิจฟินเทค น่าจะอยู่ในรูปแบบของการตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) กับกลุ่มธุรกิจที่เชี่ยวชาญด้านการเงิน เพราะอินทัชมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอยู่แล้ว ผ่านเอไอเอสซึ่งเป็นบริษัทลูก โดยขณะนี้มีโครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษาถึงความเป็นไปได้ทั้งสิ้น 4 โครงการ เป็นฟินเทคทั้งหมด ซึ่งสิ่งที่มองไว้คือจะต้องเป็นฟินเทคที่เน้นสร้างความสะดวกสบายให้กับการชำระเงิน (payment) รวมไปถึงธุรกิจกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ (e-wallet) โดยแต่ละโครงการน่าจะมีวงเงินลงทุนระดับ 500-1,000 ล้านบาท”
          นายฟิลิปยังกล่าวถึงธุรกิจหลักอย่างเอไอเอสว่า หลังจากที่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากในการประมูลเพื่อให้ได้คลื่นความถี่ 4 จีมาถือครองทั้งสิ้น 2 คลื่นด้วยกัน ได้แก่ คลื่น 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ทำให้ธุรกิจของเอไอเอส อยู่ในจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เพื่อที่จะเติบโตได้ต่อไป ส่วนกรณีไทยคม ซึ่งมีข้อเรียกร้องจากรัฐบาล ต้องการจัดระเบียบธุรกิจดาวเทียมใหม่ เนื่องจากมองว่าวงโคจรดาวเทียมของประเทศที่ไทยคมใช้อยู่นั้น รัฐควรได้รับค่าตอบแทนจากการใช้งานด้วย ซึ่งไทยคมกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด.