SIPA คลอด 3 แพลตฟอร์มหนุนอุตฯ ท่องเที่ยว ตัดตอนการกุมอำนาจ กระจายการแข่งขัน SME ลงแข่งได้

 SIPA จับมืออุตฯ ท่องเที่ยว คลอด 3 แพลตฟอร์มสำคัญ หลังเจอวิกฤติระบบอิเล็กทรอนิกส์เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมท่องเที่ยวโลก เตรียมออกมาตรฐานระบบค้นหาชื่อและตำแหน่งของโรงแรมไทยรองรับการสืบค้น ทุกระบบ สร้างระบบบริหารการจองโรงแรมที่ทันสมัยที่สุด ต่อเชื่อมทุกเว็บดังทั่วโลก พร้อมนำระบบ B2B ให้กลุ่มเอสเอ็มอีเข้าระบบแพ็กเกจของเอเย่นต์ทัวร์ทั่วโลก
          นายศุภชัย จงศิริ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือ SIPA เปิดเผยว่า ธุรกิจท่องเที่ยวหลังจากที่นำระบบไอทีมาใช้ นอกจากจะทำให้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก เกิดผู้เล่นรายใหม่เข้ามาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจท่องเที่ยว และสร้างปัญหาในระดับเชิงนโยบายใหม่ๆ เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างที่ภาครัฐและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่อาจเมินเฉยได้อีกต่อไป
          ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเติบโตของระบบเสิร์ชเอ็นจิ้นในรูปแบบต่างๆ กับระบบการพิมพ์ชื่อค้นหาชื่อและตำแหน่งของโรงแรม หลายครั้งที่การกำหนดแหล่งค้นหาของประเทศไทยไม่สามารถดึงข้อมูลผู้ประกอบการที่แท้จริงออกมาให้ผู้สืบค้นได้ ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจไป ซึ่งการกำหนดรหัสสืบค้นที่เป็นมาตรฐานจะช่วยเหลืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยทั้งประเทศได้ แต่จะให้ผู้ประกอบการ หรือหน่วยงานท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับโลกดิจิตอลมาจัดการตั้งมาตรฐานรหัสนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ ความช่วยเหลือในเชิงนโยบายเช่นนี้จำเป็นที่จะต้องมีตัวกลางเช่น SIPA และพันธมิตรทั้งหลายเข้ามาแก้ไข
          อีกปัญหาหนึ่งก็คือ การเติบโตของเว็บไซต์จองโรงแรมชื่อดังทั่วโลก ทั้งที่มีจำนวนมาก และมีระบบการใส่ข้อมูลการจองที่ทางโรงแรมต้องมาดำเนินการเอง รวมถึงระบบการตั้งราคา และการให้ส่วนแบ่งต่างๆ ได้สร้างปัญหาให้กับผู้ประกอบการโรงแรมทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย จนเกิดมีธุรกิจตัวกลางรับทำหน้าที่กรอกข้อมูลและเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการซื้อขายในเว็บและแอพพลิเคชั่นของระบบจองโรงแรม ซึ่งเราเรียกตัวกลางนี้ว่า Hotel Channel Management
          ยิ่งเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นจองโรงแรมที่พักเติบโตมากขึ้น ระบบ Hotel Channel Management ก็เติบโตตามไปด้วย ก็ยิ่งจะทำให้
          ค่าใช้จ่ายของโรงแรม และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องเช่น บริษัททัวร์ต่างๆ ต้องปันส่วนแบ่งรายได้ให้กับระบบเหล่านี้ ที่สำคัญคือรายได้จากส่วนแบ่งจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่แบ่งไป รัฐบาลไม่สามารถเก็บภาษีรายได้ในส่วนนี้เลย เป็นการนำเงินออกโดยที่ไม่มีส่วนให้กับเศรษฐกิจไทย
          นอกจากนั้นก็คือการขาดแพลตฟอร์มกลางให้กับผู้ขายรายย่อยระดับ SMEs ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้กับบริษัททัวร์เอเย่นต์ที่มีอยู่ทั่วโลก เพราะระบบการขายแพ็กเกจท่องเที่ยวในปัจจุบันบริการต่างๆ ของท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการขายของที่ระลึก การให้เช่ารถ การให้เช่าเรือท่องเที่ยว และอื่นๆ ขึ้นอยู่กับบริษัททัวร์เอเย่นต์ ซึ่งมักจะเป็นการติดต่อกันระหว่างทัวร์เอเย่นต์ต้นทางกับทัวร์เอเย่นต์ปลายทาง โดยที่ทัวร์เอเย่นต์ปลายทางจะเป็นผู้กุมชะตาการนำเสนอทั้งหมดเอาไว้ ซึ่งทำให้ธุรกิจ SMEs ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทยจะเข้าถึงได้ยาก และมักขาดโอกาสในการตลาด จึงจำเป็นต้องมีแพลตฟอร์มที่รวบรวมสินค้าและบริการของ SMEs การท่องเที่ยวไทยรวมกันขึ้นมา เพื่อเป็นทางเลือกให้เอเย่นต์ต่างๆ ทั่วโลกได้ใช้เป็นทางเลือก
          SIPA ได้ใช้เวลาถึง 2 ปีในการสร้างแพลตฟอร์มทางด้านไอทีเพื่อรองรับปัญหาการท่องเที่ยวไทย ทั้งเพื่อกำหนดสิ่งที่ควรเป็นมาตรฐาน สิ่งที่จะเกิดประโยชน์กับประเทศไทยในระยะยาว และช่วยเหลืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระดับรากหญ้า โดยมองที่ไอทีจะเข้าไปแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ซึ่งนี่เกิดจากการที่ SIPA ลงลึกเข้าไปในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจริงๆ เข้าไปค้นหาปัญหาและหาทางแก้ไขให้ถูกจุดที่สุด
          ปัจจุบันโครงการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในระดับสากล หรือ Tourism Thailand Open Platform ที่เรียกสั้นๆ ว่า ToTOP บางส่วนอยู่ระหว่างการพัฒนา บางส่วนอยู่ระหว่างการรอประกาศใช้ ซึ่งภายใน 3 เดือนข้างหน้าทั้งหมดที่วางแผนไว้จะดำเนินการเสร็จสิ้น และในช่วง 3 เดือนนี้ SIPA กับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งทำความเข้าใจกับภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ โดยคาดว่าจะมีเอเย่นต์ท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้าร่วมมากกว่า 300 แห่ง และจะมีเอเย่นต์ท่องเที่ยวในประเทศเข้าร่วมมากกว่า 50% ในช่วงนี้
          นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า แนวทางแก้ไขที่ SIPA ร่วมหารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามาตลอดก็คือ ทำอย่างไรให้เปิดโอกาสให้ธุรกิจเล็กๆ กลุ่มนี้ได้มีโอกาสจากเทคโนโลยีใหม่ๆ และพฤติกรรมการบริโภคใหม่ๆ
          ของนักท่องเที่ยว รวมถึงการเข้ามาใช้ระบบไอทีของพวกเอเย่นต์ทัวร์ต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งข้อสรุปส่วนหนึ่งคือ การต้องมีแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายแบบ B2B ที่ต้องรองรับกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กแบบเปิดเสรี
          ระบบนี้จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับระบบของการเป็นหน่วยย่อย หรือ sub-contact ที่ธุรกิจท่องเที่ยวเดิมทำกับเอเย่นต์ กลุ่มนี้ยังสามารถจัดทำแพ็กเกจวางระบบจำหน่ายหรือให้บริการผ่านตัวแทนเพื่อนำเสนอต่อเอเย่นต์ทัวร์ต่างประเทศอยู่เหมือนเดิม แต่แพลตฟอร์มใหม่จะขอความสมัครใจจากธุรกิจท่องเที่ยวและบริการทั้งหมด เล็ก กลาง ใหญ่ ที่ต้องการนำสินค้าและบริการของตนเองมาเสนอต่อเอเย่นต์ทัวร์ต่างประเทศโดยตรง ซึ่งมันจะเป็นทางเลือกใหม่ เพื่อมูลค่าใหม่ให้กับตลาด นอกจากป้องกันการผูกขาดจากการกำหนดของเอเย่นต์ทัวร์ในประเทศ ยังทำให้สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของไทยได้แข่งขันทั้งในด้านราคาและประสิทธิภาพที่สมเหตุสมผลอีกด้วย
          ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า การสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการท่องเที่ยว ที่ SIPA กำลังดำเนินการอยู่นี้คือการคิดและทำสิ่งที่แก้ไขปัญหาในปัจจุบันและคิดก้าวล้ำไปข้างหน้า แพลตฟอร์มนี้มีหลายประเทศอยากมีแต่ไม่สามารถดำเนินการได้ และไทยจะเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ดำเนินการ ดังนั้นนอกจากการพัฒนาให้แล้วเสร็จแล้วการสร้างความร่วมมือของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง
          ภาครัฐทางด้านไอทีจะต้องเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาอันเกิดจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งทางฝั่งผู้ประกอบการท่องเที่ยวไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง ดังนั้นโครงการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในระดับสากล Tourism Thailand Open Platform: ToTOP จึงเป็นเหมือนสิ่งนำร่องที่รัฐบาลกำลังใช้ไอทีแก้ปัญหาที่เกิดจากไอที
          ขณะนี้หน้าที่ของ SIPA คือเร่งสร้างแพลตฟอร์มให้เสร็จสมบูรณ์ ขณะเดียวกันกระทรวงไอซีทีและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเป็นเหมือนพี่เลี้ยงที่คอยสนับสนุน และเป็นหน่วยงานการันตีว่าแพลตฟอร์มที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ มีประโยชน์กับทั้งอุตสาหกรรม โดยจะไม่มีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว แต่จะทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวที่อยู่ในวงจรได้ประโยชน์ในภาพรวม ทำให้ธุรกิจง่ายขึ้นโดยไม่กลายเป็นต้นทุนส่วนเพิ่มให้กับธุรกิจเลย และจะทำให้ลดการเสียเปรียบทางการค้าให้กับธุรกิจต่างประเทศมากขึ้น
          ถึงวันนี้ระบบ Standard Code หรือรหัสมาตรฐานของธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งทาง SIPA ได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ในการเข้ามาแก้ไขปัญหาด้านการค้นหา หรือ Search ในระบบไอที ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้น 100% แล้ว เหลือเพียงรอการประกาศจากหน่วยงานมาตรฐาน หลังจากนั้นภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะสามารถนำไปใช้ และสร้างเป็นมาตรฐานให้เกิดขึ้นเป็นแห่งแรกของโลกเลยทีเดียว
          ระบบ Hotel Channel Management ที่พัฒนาขึ้นครั้งนี้ จะเป็นระบบที่มีทั้งเทคโนโลยี pushing และ pulling ตัวระบบจะมีความซับซ้อนพอๆ กับระบบคอมพิวเตอร์ของตลาดหุ้น เพราะแต่ละการจองห้องจะต้องลดและเพิ่มในที่ต่างๆ จำนวนมากในเวลาเดียวกัน ซึ่งในตลาดโลกตอนนี้ทำได้เพียงระบบใดระบบหนึ่ง ไม่สามารถพัฒนาสองระบบได้ในแพลตฟอร์มเดียวกัน แต่ระบบที่ SIPA พัฒนาจะทำได้และจะเป็นแห่งแรกของโลกอีกเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ระบบพัฒนาไปได้ 60% แล้ว และจะเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้แน่นอน
          แพลตฟอร์ม B2B Agent หรือตลาดเสนอสินค้าและบริการด้านท่องเที่ยวที่ส่งตรงถึงเอเย่นต์ทัวร์ต่างประเทศ จะเป็นตลาดกลางที่ทำให้เอเย่นต์ทัวร์ทั่วโลกที่นำลูกทัวร์ต่างประเทศเข้าไทย สามารถปรับแพ็กเกจบริการและสินค้าต่างๆ โดยดึงจากกลุ่ม SMEs ด้านท่องเที่ยวของไทยได้โดยตรง ซึ่งขณะนี้ตัวระบบคืบหน้าไปมากแล้วและกำลังประสานงานจากหน่วยงานภาครัฐในแง่มุมต่างๆ เท่านั้น
          งานทั้ง 3 ชิ้นจะก่อมูลค่าเพิ่มทางด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล และเชื่อว่าในอนาคตอาจต้องมีแฟลตฟอร์มใหม่ๆ เพื่อเข้ามาเป็นตัวกลางช่วยเหลืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยให้ก้าวล้ำหน้าอยู่ระดับโลก โดยที่ไม่จำเป็นต้องเพิ่มต้นทุนในด้านการปรับตัว หรือสุ่มเสี่ยงในเชิงธุรกิจอีกต่อไป