จับกระแสโลกเปลี่ยน ล้างเทคโนโลยีล้าหลัง

 ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

          แม้จะมีเทคโนโลยีใหม่ออกมารองรับความต้องการของตลาดอยู่ตลอดเวลา แต่ในด้านของอุตสาหกรรมทางการเงินยังถือว่ามีความล้าหลังทางด้านเทคโนโลยีมากที่สุด มีเพียง 1 ใน 4 ของธุรกิจเท่านั้น ที่มีการให้บริการช่องทางดิจิทัลมากกว่าแค่อีเมล
          วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัท พีดับบลิวซี คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) ได้เปิดเผยผลสำรวจ Sink or swim : why wealth management can't afford to miss the digital wave ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มลูกค้าระดับสูงกว่า 1,000 รายในยุโรป พบว่า ธุรกิจด้านการบริหารความมั่งคั่งทั่วโลกในอุตสาหกรรมบริการทางการเงินมีความเข้าใจด้านเทคโนโลยี น้อยที่สุดและตามหลังอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่บริการทางการเงินด้วย
          "มีเพียง 1 ใน 4 ของผู้จัดการความมั่งคั่งเท่านั้น ที่นำเสนอบริการผ่านช่องทางดิจิทัลอื่นๆ ให้แก่ลูกค้านอกจากอีเมลแจ้งข่าว ถือว่าสวนทางกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาบริหารจัดการเงิน"
          ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นอีกว่ากว่า 77% ของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งในเอเชียแปซิฟิกที่ใช้บริการออนไลน์หรือโมบายแบงก์กิ้งและมากกว่า 40% ที่ตรวจสอบผลการดำเนินงานของสินทรัพย์และติดตามการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ผ่านช่องทางออนไลน์ และมากกว่า 1 ใน 3 ที่ใช้บริการออนไลน์ในการบริหารพอร์ตการลงทุนเช่นกัน
          "กระแสดิจิทัลจะเข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม หากยังให้บริการลูกค้าในแบบเดิมและระบบงานที่ล้าสมัย ก็เสี่ยงที่จะเสียโอกาสในการทำธุรกิจ จึงควรเร่งปฏิวัติเทคโนโลยีขององค์กรให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า"
          ทั้งนี้ กลุ่มนักลงทุนที่อายุต่ำกว่า 45 ปีมีความสนใจในการบริหารจัดการเงินลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์มากกว่า โดยเศรษฐีชาวเอเชียมากถึง 89% ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลมากกว่า 3 ชิ้นขึ้นไป ในขณะที่ 91% จะใช้อินเทอร์เน็ตและแอพพลิเคชั่นผ่านทางสมาร์ทโฟนในการลงทุนเป็นประจา
          นอกจากนี้ เทรนด์ความต้องการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ในการให้คำปรึกษาการลงทุนแบบอัตโนมัติ ที่เรียกว่า Robo-advisor เริ่มมีการใช้งานมากขึ้นในทวีปยุโรป เอเชียแปซิฟิกและอเมริกาเหนือ แม้จะมีมากกว่า 1 ใน 3 ของนักลงทุนที่ยังไม่เคยใช้บริการหุ่นยนต์ดังกล่าว แต่พวกเขาก็มีความพร้อมที่จะใช้งานบริการนี้ เพราะหุ่นยนต์นี้มีความสามารถในการให้คำแนะนำ วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนบนแพลตฟอร์มอัตโนมัติโดยตัดตัวกลางอย่างนักวางแผนทางการเงินออกไป
          "สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับผู้ประกอบการด้านธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง คือ ยังไม่ตระหนักว่าเทคโนโลยีที่ใช้ล้าสมัยเกินไปและไม่เพียงพอกับยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนแปลง บางรายถึงขั้นประเมินขีดความสามารถด้านดิจิทัลของตัวเองสูงเกินไป คิดว่าการให้บริการผ่านเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นหรือเว็บพอร์ทัล ก็เพียงพอแล้ว"
          การบริหารจัดการธุรกิจให้อยู่รอดได้ในยุคดิจิทัลนี้ ต้องเริ่มจากการนำโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลมาใช้ในองค์กรตั้งแต่ระบบหลังบ้าน บริการลูกค้าและหาตลาดใหม่ๆ ดึงศักยภาพของดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อลดต้นทุนและมีคุณค่าต่อลูกค้า รวมทั้งต้องเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการฟินเทค เพื่อนำเสนอโซลูชั่นใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้อย่างทันท่วงที และเดินหน้าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด
          สำหรับประเทศไทย จะเห็นบริษัททางการเงินมากมายพยายามปรับตัวและนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ขั้นสูงมาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า เพราะถ้ายังเดินหน้าตามเทคโนโลยีไม่ทันจะทำให้เสียส่วนแบ่งตลาดอย่างง่ายดาย