สกู๊ปพิเศษ: กระทรวงวิทย์ จัด"สตาร์ทอัพไทยแลนด์" เคลื่อนขบวนสู่"เชียงใหม่-ขอนแก่น-ภูเก็ต"

สตาร์ทอัพไทยแลนด์ 2559 (Startup Thailand 2016) กลายเป็นคำที่ติดตาตรึงใจ คนไทยทั่วประเทศไปแล้ว
          เพราะกลายเป็น "คำใหม่" ของคน รุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นสร้างตัวให้ประสบความสำเร็จ ขณะที่รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายที่ชัดเจน ในการสร้างสังคมนวัตกรรม โดยเฉพาะการ สนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ในทุกมิติเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ
          การจัดงานสตาร์ทอัพไทยแลนด์ 2559 เมื่อช่วงระหว่างวันที่ 28 เม.ย.-1 พ.ค. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ผ่านมา จึงประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม กลายเป็น มหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้ โดยนำ ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ นักลงทุน VC และ Angel ชั้นนำของโลกและภูมิภาคนี้มารวมกัน ผนวกกับเครือข่ายนักพัฒนาพื้นที่ธุรกิจและหน่วยงานให้ทุนของภาครัฐ เพื่อประสานความร่วมมือที่เข้มแข็ง ให้เกิดการต่อยอดแนวคิดสู่การเริ่มต้นธุรกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน
          ดังนั้น กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี (วท.) ในฐานะผู้รับผิดชอบ จึงได้ ร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร (ไอซีที) จัดงานสตาร์ทอัพไทยแลนด์ ในภูมิสำคัญของประเทศคือภาคเหนือ จัดที่ จ.เชียงใหม่ วันที่ 5-7 ส.ค. 2559 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ (CMECC) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดวันที่ 26-28 ส.ค. ณ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัย ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น และภาคใต้ ปิดท้าย วันที่ 16-18 ก.ย. ณ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า จังหวัดภูเก็ต
          ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระจายโอกาสให้กับคนไทย ได้เห็นถึงพลังของประชาคมสตาร์ทอัพที่นำไอเดีย ผนวก กับเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ รวมถึง มาตรการสนับสนุนต่างๆ จากภาครัฐและเอกชน โดยงาน Startup Thailand & Digital Thailand จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ใน 3 จังหวัด
          ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า ธุรกิจสตาร์ทอัพเริ่มขยายตัวมากขึ้น มีสตาร์ทอัพหน้าใหม่ เกิดขึ้นจำนวนมาก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่จะกระตุ้นการเพิ่ม มูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างดี ซึ่งหากกระจายความรู้แนวทาง การก่อตั้งที่ถูกต้อง ไปในระดับภูมิภาคต่างๆ จะช่วยให้เกิดกระบวนการผลิตธุรกิจสตาร์ทอัพได้มากขึ้น ทั้งนี้ จะต้อง มีองค์ความรู้ แนวทางการสร้างนวัตกรรม แอพพลิเคชั่น หรือเว็บไซต์ ให้เป็นที่ต้องการของตลาดและแตกต่างจากผลผลิตเดิมๆ โดยมีหน่วยงานรัฐและตัวอย่างสตาร์ทอัพมืออาชีพเป็นผู้แนะนำตลอดจนสามารถเดินได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้กระทรวงไอซีที ยังนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล จัดแสดงให้ความรู้ตลอดทั้งงาน เพื่อสร้างความพร้อม ในการใช้งานในอนาคต ซึ่งจะมีบทบาทและสร้างประโยชน์ต่อสังคมได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งจะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยี ฝีมือคนไทย ลดต้นทุนจากการนำเข้า และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างดี ซึ่งจะทำให้ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ก้าวไปได้อย่างมั่นคง
          รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวด้วยว่า ตนยังมีความคิด ที่จะกระจายเรื่องสตาร์ทอัพไปตามมหาวิทยาลัย อยากให้ มหาวิทยาลัยเพิ่มหลักสูตรเพื่อสตาร์ทอัพ เริ่ม 40-50 มหาวิทยาลัยนำร่องให้มหาวิทยาลัยสร้างสตาร์ทอัพดิสทริกหรือพื้นที่ของสตาร์ทอัพในมหาวิทยาลัยรวมทั้งผลักดันข้อกฎหมาย เพื่อช่วยซัพพอร์ทสตาร์ทอัพ คือ หากเป็น สตาร์ทอัพ ให้มีการลดหย่อนภาษีเงินได้ 5 ปี ถ้าหากเป็นนักลงทุนหรือมีการปันผลหรือมีหุ้นในสตาร์ทอัพลดหย่อนภาษีเงินได้ 10 ปี อีกทั้ง สตาร์ทอัพ 1 คน สามารถ จดทะเบียนพาณิชย์ได้ และสตาร์ทอัพสามารถออกหุ้นกู้ได้ ขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่โดยกระทรวงพาณิชย์
          "ที่ผ่านมา วท.จัดงาน สตาร์ทอัพ ไทยแลนด์และ สามารถระดมพลสตาร์ทอัพเข้าร่วมเป็นเครือข่ายได้กว่า 180 คน สร้างปรากฏการณ์คนชมงานด้านสตาร์ทอัพมาก ที่สุดในเอเชีย เกือบ 36,000 คน ทำให้มีการลงทุนและ เกิดพันธมิตรทางธุรกิจที่มูลค่าไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท" ดร.พิเชฐ กล่าว
          ด้านดร.อุตตม สาวนายน รมว.ไอซีที กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า งาน Digital Thailand สืบเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบาย และวิสัยทัศน์ที่จะนำพาประเทศไทย หรือวางพื้นฐานไว้ให้ไปสู่ Thailand 4.0 ซึ่งพลัง ของ Startup พลังนวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญ โดยงาน Digital Thailand 2016 ที่กระทรวง ไอซีที ร่วมกับพันธมิตรจากทั้งภาครัฐ และ ภาคเอกชน จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง ความตระหนักด้านการพัฒนาดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคม และเพื่อส่งเสริมและสร้าง เครือข่ายให้เกิดกิจกรรมที่แสดงศักยภาพของเทคโนโลยีและโอกาสที่มาพร้อมกับโลกยุคดิจิทัล ดังนั้นการจัดงานใน 3 ภูมิภาคครั้งนี้จะทำให้เกิดการขยายผลในวงกว้าง ทั้งประเทศได้อย่างทั่วถึง เป็นงานที่สร้างการตื่นตัวให้กับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการ ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิตอลเป็นหลัก ซึ่ง เชื่อมโยงกับการส่งเสริม Startup เพื่อเป็นพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนไปสู่ Thailand 4.0 กลไกสำคัญส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมา สร้างสรรค์และใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ
          สำหรับผู้สนใจสามารถติดตาม รายละเอียดกิจกรรมและความเคลื่อนไหวการจัดงาน "Startup Thailand & Digital Thailand" ได้ที่ www.thailandstartup.org facebook.com/ThailandStartup www.digitalthailand.in.th facebook.com/digitalthailandday หรือ Call Center: 1313