อินเทอร์เน็ตองค์กรแข่งเดือดทรูขยับเจาะตลาดต่างจังหวัด 

 ตลาดอินเทอร์เน็ตองค์กรระอุ "ทรู" เซ็งรายใหม่ดัมพ์ราคาโกยลูกค้าองค์กรใหญ่ เตรียมผนึกพาร์ตเนอร์สร้างโซลูชั่นผูกใจลูกค้า ปั้นแพ็กเกจชุดเล็กเริ่มต้น 1,500 บาท/เดือน ดึง SMEs เปลี่ยนจากเน็ตบ้านเพื่อความเสถียรระบบที่ดีกว่า พร้อมลุยตลาดต่างจังหวัดเพิ่ม หลังเขตกรุงเทพฯเริ่มอิ่มตัว

          นายวสุ คุณวาสี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นมาก เนื่องจากมีผู้เล่นรายใหม่ซึ่งเป็นโอเปอเรเตอร์ ด้านโทรคมนาคมรายใหญ่ที่เพิ่งเปิดให้บริการฟิกซ์บรอดแบนด์เข้ามาทำตลาดเองด้วยการทำสงครามราคา ซึ่งลูกค้าองค์กรส่วนใหญ่ทำสัญญาปีต่อปี เมื่อมีรายใหม่เข้ามาก็จะใช้วิธีดัมพ์ราคาอยู่ในระดับที่ต้อง ถือว่าขาดทุน เพื่อดีลกับลูกค้ารายใหญ่ ทำให้ผู้เล่นรายเดิมในตลาดทั้งหมดได้รับผลกระทบ เพราะที่ผ่านมากำไรบางมากอยู่แล้ว โดยตลาดรวมในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา ไม่ได้เติบโตมากนักราว ๆ 10-15% ต่อปี ไม่ใช่มากกว่า 20% เหมือนเมื่อ 4-5 ปีก่อนอีกแล้ว ทั้งด้วยราคาของเทคโนโลยีที่ต้องลดลงตลอดเวลาทำให้รายได้เฉลี่ยต่อองค์กรลดลงด้วย จากราว 35,000 บาทต่อเดือน เหลือราว 30,000 บาท และปีนี้คาดว่าตลาดรวมน่าจะมีมูลค่าราว 11,000 ล้านบาท เติบโตราว 10% จากปีที่แล้ว

          ปัจจุบันทรู อินเทอร์เน็ตในส่วนของลูกค้าองค์กร มีมาร์เก็ตแชร์ราว 30% ใกล้เคียงกับ บมจ.ทีโอทีที่ยังถือว่าเป็นรายใหญ่ในตลาดนี้ โดยมีมาร์เก็ตแชร์ราว 35% รองลงมาคือ ซีเอสล็อกซอินโฟร์ เกือบ 20% และ บมจ. กสท โทรคมนาคมอีกราว 10% โดยลูกค้าของทรู กว่า 85% อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลจึงจะรุกตลาดต่างจังหวัดให้มากขึ้น เพราะยังมีอัตราการเติบโตอีกมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มลงทุนด้านไอซีที และบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างจังหวัดให้เป็น 30% ให้ได้ภายใน 2-3 ปีนี้ หลังจากโครงข่ายของทรูครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว โดยเน้นการเข้าไปจับมือกับบรรดาพาร์ตเนอร์ท้องถิ่น อาทิ ผู้ให้บริการด้านการวางระบบไอที (SI) ที่เข้าถึงลูกค้าในแต่ละพื้นที่ได้ดีกว่า

          ทั้งยังจะกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ยังใช้แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตประเภท Home used ทั่วไปที่คาดว่ามีมากกว่าหมื่นราย เห็นความสำคัญของการเปลี่ยนมาใช้ แพ็กเกจประเภทองค์กรธุรกิจมากขึ้น เนื่องจากมีระบบดูแลลูกค้าที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาให้ทันที ภายในไม่เกิน 8-12 ชั่วโมง เร็วกว่าความเร็วในการดูแลลูกค้าตามบ้านทั่วไปที่การันตีความเร็วในการแก้ปัญหาไว้ที่ 24 ชั่วโมง ช่วยลดผลกระทบของธุรกิจเมื่อเกิดปัญหากับระบบของลูกค้า ทั้งจะผสานบริการโซลูชั่นที่จะเข้าไปช่วยให้การทำธุรกิจง่ายและปลอดภัยขึ้น อาทิ ระบบซีเคียวริตี้ โดยจะแบ่งแพ็กเกจให้เหมาะสม กับขนาดองค์กรตั้งแต่เล็ก กลาง ใหญ่ โดย มีราคาเริ่มต้นที่ 1,500 บาทต่อเดือน

          "เน็ตเวิร์กสำหรับลูกค้าองค์กรของทรู แยกออกจาก Home used ทั่วไป ไม่ต้อง แชร์กับใคร สปีดเน็ตวิ่งได้เต็ม แล้วยังมีโซลูชั่นเพิ่มเพื่อให้ลูกค้า SMEs รู้สึกคุ้มค่า มากขึ้น"

          ขณะที่ลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่จะเน้นการ เป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่อินเทอร์เน็ตจนถึงโซลูชั่นในการทำธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าสะดวกสบายขึ้น โดยเฉพาะโซลูชั่นด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง, ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ พร้อมทั้งเตรียมรับเทรนด์ อินเทอร์เน็ตออฟทิงส์และแมชีนทูแมชีน ที่กำลังมาแรง

          "แม้ภาวะเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบกับการลงทุนประเภทอื่น แต่ด้านไอทียังมี ความสำคัญ โดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โรงแรม สถาบันการศึกษา ปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตสูงมาก ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้แบนด์วิดท์เพิ่มขึ้น ต้องการความเร็วในการดาวน์โหลดอัพโหลดเพิ่มขึ้นก็เป็นตัวผลักดันในการลงทุน"

          ดังนั้นโซลูชั่นล่าสุดที่น่าจะดึงดูดลูกค้าได้ดี คือ ระบบ CDN : Content Delivery Network ที่ร่วมมือกับ Akamai ผู้นำระบบ CDN รายใหญ่ที่สุดที่จะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูล ใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วขึ้น ด้วยบริการ Web Performance ที่ดึงข้อมูลจากผู้ให้บริการคอนเทนต์รายใหญ่ ทั้ง Google, Youtube และ Facebook มาไว้ในเซิร์ฟเวอร์ที่กระจายอยู่ใน 120 ประเทศ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงเว็บไซต์ และข้อมูลต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น และลดการทำงานของเซิร์ฟเวอร์องค์กร

          นอกจากนี้ยังมีบริการ Web Security แพลตฟอร์มรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ป้องกันการโจมตีเซิร์ฟเวอร์ รวมถึงบริการ Media Delivery อำนวยความสะดวกในการถ่ายทอดสดออนไลน์ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่าย และสามารถเข้ารหัสป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์คอนเทนต์ได้ด้วย

          สำหรับการลงทุนโครงข่ายในแต่ละปีใช้งบประมาณราว 100 ล้านบาท ขณะที่เป้าหมายรายได้ในปีนี้ อยู่ที่ 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อน โดยรายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตยังเป็นรายได้กว่า 90% ที่เหลือมาจากการให้บริการโซลูชั่น

          "ตลาดอินเทอร์เน็ตองค์กร ไม่ว่าจะเป็น การบุกไปทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน หรือรายใหญ่จากต่างประเทศจะเข้ามาทำตลาดในไทยไม่ง่าย เพราะการเป็นเจ้าของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตจะมีความได้เปรียบสูง จึงขึ้นอยู่กับกฎกติกาของแต่ละประเทศด้วย ซึ่งขณะนี้ก็กำลังศึกษาอยู่ บางครั้ง การเข้าไปเป็นพาร์ตเนอร์อาจจะเป็น ทางเลือกที่ดูดีกว่า"