ซอฟต์แบงก์ซื้ออาร์มเดิมพัน"ไอโอที"

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ซอฟต์แบงก์ยักษ์โทรคมนาคมจากประเทศญี่ปุ่นเตรียมเข้าซื้อกิจการ อาร์ม(ARM) บริษัทผู้ออกแบบชิพจากสหราชอาณาจักร ด้วยมูลค่าสูงถึง 3.14 หมื่นล้านดอลลาร์
          โดยมีวิเคราะห์ว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลา ที่ปัจจัยเอื้ออำนวย อย่างการที่อังกฤษ ตัดสินใจออกจากสหภาพยุโรปส่งผลให้เงินปอนด์อ่อนค่า เมื่อเข้าซื้อจะประหยัดได้เงินได้อย่างมาก ที่สำคัญธุรกิจของอาร์มยังอยู่ระหว่างขาขึ้น สามารถทำกำไรได้ดี แต่ทั้งนี้เบื้องลึก เบื้องหลังน่าจะยังมีเหตุผลที่น่าตื่นเต้นซ่อนอยู่
          ข่าวระบุว่า ซอฟต์แบงก์จะยังให้ความสำคัญกับธุรกิจโทรคมนาคมไม่เปลี่ยน ส่วนดีลนี้จะยิ่งทำให้บริษัทมีที่ยืนที่ลึกขึ้นในธุรกิจฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะการมาของเทคโนโลยีแห่งอนาคตซึ่งกำลังเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้นตามลำดับ อย่างปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ มากกว่านั้นสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดกับฐานตลาดโทรคมนาคมของตัวเอง รวมถึงรองรับการมาของเมกะเทรนด์อินเทอร์เน็ต ออฟธิงส์ ที่ผ่านมาซอฟต์แบงก์ยังสนใจพัฒนาหุ่นยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีเอไอด้วย
          ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็น ความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากอนาคตยังไม่อาจคาดเดาได้ว่าอาร์มจะทำได้ดีในตลาดอื่นๆ เช่นเดียวกันกับสมาร์ทโฟนหรือแทบเล็ต หรือไม่
          ด้านนักวิเคราะห์มองว่า ดีลนี้แม้ไม่ได้เป็นเดิมพันที่แย่ ทว่าก็ยังเป็นการวางเดิมพัน อยู่ดี
          ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนสัดส่วนกว่า 95% ทั่วโลกถูกออกแบบภายใต้สถาปัตยกรรมของอาร์ม ประเมินขณะนี้เป็นผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญในการออกแบบชิพพสำหรับอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ โดยผลิตภัณฑ์ในตลาดนี้มีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน สมาร์ท ดีไวซ์ แวร์เอเบิล รวมถึงการเชื่อมต่อระหว่างดีไวซ์ต่างๆ ภายในบ้าน
          อย่างไรก็ตาม สมาร์ทโฮมยังเป็นตลาดที่ยังไม่ได้รับความนิยมแพร่หลาย ส่วนหนึ่งเนื่องจากราคาแพง และอาจต้องใช้เวลา สักพักสำหรับการผลักดันไปยังกลุ่มลูกค้าคอนซูเมอร์ ทว่าที่ทิศทางดีและกำลังได้รับความนิยมสูงน่าจะเป็นกลุ่มแวร์เอเบิลต่างๆ
          ข้อมูลระบุว่า แต่ละปีมูลค่าตลาดชิพสำหรับไอโอทียังมีอยู่หลักไม่กี่พันล้านดอลลาร์ เทียบกับชิพสมาร์ทโฟนซึ่งขณะนี้ มูลค่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์นับว่ายังน้อย
          นายแอนดรูว์ เฟรม ผู้จัดการฝ่ายสถาปัตยกรรม อาร์ม กล่าวว่า ซอฟต์แบงก์กำลังเดิมพันกับการออกไปสู่ตลาดใหม่ๆ ของอาร์ม
          ขณะที่นายมาซาโยชิ ซัน ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร ซอฟต์แบงก์ กล่าวว่า ต่อไปทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกเชื่อมต่อถึงกัน แม้แต่สัตว์ต่างๆ ไม่ว่าเป็นจะวัว ไก่หรือแกะ ปัจจุบันราคาชิพในไฮเอนด์สมาร์ทโฟนจะอยู่ที่ราว 40 ดอลลาร์ ส่วนชิพขนาดเล็กที่ใช้ในเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์เช่นที่ใช้กับหลอดไฟฟ้าอยู่ที่ราว 50 เซ็นต์ ตลาดดังกล่าวยังมีคู่แข่งสำคัญอย่างยักษ์ชิพ อินเทล คอร์ปอเรชั่น ที่ออกมาประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจนว่ามุ่งเข้าไปสนับสนุนอีโคซิสเต็มส์ พร้อมจะพลิกโฉมอุตสาหกรรมด้วยอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ ที่ผ่านมาอินเทลยังเริ่มร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรม นำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมา ทดลองตลาด พร้อมพยายามปิดจุดอ่อนด้านการบริหารจัดการการใช้พลังงานของตัวเองให้ดีขึ้น