SAMARTรับงานเพิ่มจากกรมท่าฯ ติดตั้งระบบคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าจาก AOT

SAMART รับงานอีกเด้ง “กรมท่าอากาศยาน” ว่าจ้างติดตั้งระบบคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าต่อจาก AOT ใน 3 ท่าอากาศยาน เพื่อให้เป็นระบบเดียวกัน พร้อมรับส่วนแบ่งรายได้ 30 บาทต่อผู้โดยสารต่อเที่ยวบิน
          นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เปิดเผยว่า  ขณะนี้กรมฯ ได้ว่าจ้างกลุ่ม 2S CONSORTIUM (บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) และบริษัท สามารถ คอมเทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART) ให้รับงานติดตั้งระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) ในท่าอากาศยาน 3 แห่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมท่าอากาศยาน คือ ท่าอากาศยานกระบี่ สุราษฎร์ธานี และขอนแก่น ซึ่งจะมีผู้โดยสารระหว่างประเทศมาใช้บริการ
          ทั้งนี้ เนื่องจากกลุ่ม 2S CONSORTIUM มีประสบการณ์การรับงานวางระบบ APPS ในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT มาแล้ว ทางกรมท่าอากาศยานจึงว่าจ้างให้มารับงานต่อเพื่อให้การจัดเก็บเป็นระบบเดียวกัน โดยอัตราการจัดเก็บนั้นจะเท่ากับ AOT คือ 35 บาทต่อผู้โดยสารต่อเที่ยวบิน ซึ่งกลุ่ม 2S Consortium จะได้รับส่วนแบ่ง 30 บาท และอีกประมาณ 1 บาท กรมท่าอากาศยานจะนำมาบริหารจัดการท่าอากาศยานในความดูแล ที่เหลือนำส่งเข้ารัฐ ซึ่งจากสถิติปริมาณผู้โดยสารท่าอากาศยานกระบี่ สุราษฎร์ธานี และขอนแก่น ในปี 2558 (เดือน ม.ค.-ธ.ค. 58) มีผู้โดยสารระหว่างประเทศรวม 1,712,716 คน
          นายจุฬา  กล่าวต่อว่า  กรมท่าอากาศยานจะเริ่มทำการจัดเก็บ APPS กับผู้โดยสารระหว่างประเทศทั้งขาเข้าและขาออก รวมทั้งผู้โดยสารที่ต้องเปลี่ยนผ่านเครื่องบิน (Transit / Transfer) ใน 3 ท่าอากาศยานดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2559 โดยจะประกาศแจ้งในเดือนสิงหาคมนี้ก่อนตามระเบียบที่ต้องแจ้งล่วงหน้า 4 เดือนก่อนจัดเก็บ เนื่องจากสายการบินจะมีการจำหน่ายตั๋วล่วงหน้า ซึ่งจะสอดคล้องกับผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วล่วงหน้า เพื่อเดินทางในเดือนธันวาคมจะต้องจ่ายค่า APPS รวมกับค่าตั๋วโดยสาร
          สำหรับการติดตั้งระบบ APPS เป็นไปตามมติที่ประชุมของคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ที่ได้อนุมัติหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าบริการอำนวยความสะดวกเพื่อตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าสำหรับกรมท่าอากาศยาน รวมถึงท่าอากาศยานอู่ตะเภา และท่าอากาศยานของบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า APPS คือ ระบบการตรวจสอบข้อมูลและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า ด้วยการรับส่งและแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้าของผู้โดยสารระหว่างประเทศทั้งขาเข้า-ขาออก และผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องบินที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อพิจารณาว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารเดินทาง ซึ่งระบบ APPS จะช่วยคัดกรองผู้โดยสาร Black List ที่ปะปนอยู่กับผู้โดยสารทั่วไป ไม่ให้เดินทางผ่านเข้ามาหรือออกจากประเทศตั้งแต่ที่ผู้โดยสารเช็คอินกับสายการบิน ทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย ช่วยลดเวลาการตรวจสอบในขั้นตอนของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ด้วย
          ทั้งนี้เมื่อเดือนมีนาคม 2558 กลุ่ม 2S CONSORTIUM ได้เป็นผู้ชนะการประกวดราคารับงานติดตั้งระบบ APPS โดยเสนอราคามา 33 บาทต่อผู้โดยสารต่อเที่ยวบิน และ AOT ต่อรองราคาลงเหลือ 27.50 บาทต่อผู้โดยสารต่อเที่ยวบิน ต่ำกว่าราคากลางที่ 14.06% ซึ่งเมื่อรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 35 บาทต่อผู้โดยสารต่อเที่ยวบิน โดย AOT ได้ส่วนแบ่งรายได้ที่ 17 สตางค์ต่อผู้โดยสารต่อเที่ยวบิน ที่เหลือเป็นของกลุ่ม 2S CONSORTIUM ซึ่ง AOT ได้เริ่มทำการจัดเก็บค่าบริหาร APPS จากผู้โดยสารระหว่างประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2558
          นายจุฬา  กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2560 กรมฯ มีแผนลงทุนปรับปรุงระบบสายพานและเอ็กซเรย์สัมภาระ ผู้โดยสาร ที่ท่าอากาศยานกระบี่, สุราษฎร์ธานี, อุดรธานี วงเงินรวมประมาณ 700 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย โดยจะใช้รูปแบบเหมือนท่าอากาศยานดอนเมือง อีกทั้งลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาค 2 แห่ง เพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษและการท่องเที่ยว คือ โครงการขยายท่าอากาศยานแม่สอดให้แล้วเสร็จใน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2559-2561 วงเงินลงทุน 1,472 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง วงเงิน 1,900 ล้านบาท ดำเนินการ 3 ปี (2559-2561)