นักวิจัยชี้ผลดีควบรวมรัฐวิสาหกิจโทรคม

จากกรณีกระแสต่อต้านการควบรวม 2 องค์กรรัฐสิสาหกิจโทรคมนาคม อย่างบมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม ตามที่รัฐบาลต้องการให้เกิดการตั้งบริษัทลูกขึ้นมาทำงานร่วมกัน  ล่าสุดความเคลื่อนไหวเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กสท ได้จัดเวทีย่อยภายในหน่วยงาน เพื่อชุมนุมปราศรัยกับพนักงานถึงต้นตอของปัญหา ภายหลังคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) มีมติวันที่ 11 ก.ค.2559 ให้ปรับโครงสร้างของ กสท และทีโอทีโดยการจัดตั้งบริษัทลูก 3 บริษัท เพื่อบริหารจัดการทรัพย์ของทั้ง 2 บริษัท
          ได้แก่ บริษัท โครงข่ายบรอดแบนด์ภายในประเทศ, บริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศ และบริษัท ศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต โดยทั้ง 3 บริษัทถือหุ้นโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กสท และ ทีโอที
          ทั้งนี้ การปราศรัยของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กสท ล้วนตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับงานโครงการต่างๆ และที่สำคัญการรวมกันของ 2 องค์กร จะให้แข็งแกร่ง หรืออ่อนแอ กันแน่
          นายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กสท กล่าวว่า การปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจในครั้งนี้ เป็นการนำเสนอของกระทรวงไอซีที และบริษัท ดีลอยท์ ที่ถูกจัดจ้างขึ้นมาเป็นที่ปรึกษา ซึ่งเป็นการพิจารณาแต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแม้กระทั่ง คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานของ กสท ทราบถึงรายละเอียด จึงมีลักษณะคล้ายกับเผด็จการทางความคิด
          ทั้งนี้ ส่งผลให้พนักงาน กสท เกิดข้อสงสัยว่า การปรับเปลี่ยนโครงสร้างครั้งนี้ จะเป็นการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจให้แข็งแกร่ง หรืออ่อนแอลง โดยเฉพาะที่สำคัญการนำโครงสร้างหลักของประเทศ เช่น โครงการไฟเบอร์ออพติก ใยแก้วนำแสงใต้น้ำ (เคเบิลซับมารีน) ของ กสท ออกไปอยู่กับบริษัทที่จะสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งยังไม่มีความมั่นใจว่าบริษัทนั้นๆ จะแข่งขันกับเอกชน และจะอยู่รอดได้หรือไม่ ส่วนนักวิชาการภายนอกมองการควบรวมทีโอที - กสท เป็นเรื่องเก่า ชี้ผลดีได้รวมโครงสร้างพื้นฐาน สร้างความได้เปรียบกว่าโอเปอเรเตอร์ทุกราย ลดต้นทุนธุรกิจ
          นายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวถึงกระแสข่าวการควบรวมองค์กรรัฐวิสาหกิจระหว่าง บมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม ว่า แนวคิดเรื่องรวมทีโอทีกับกสท มีมานานแล้ว ในแง่ดีการรวมกันถ้าทำได้เป็นสิ่งที่จะได้เปรียบ เพราะทั้งสององค์กรมีโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมทั่วประเทศ เมื่อรวมแล้วจะมีโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมมากกว่าโอเปอเรเตอร์ทุกราย ข้อดีคือช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจ ลดซ้ำซ้อนในการลงทุน ทรัพยากรที่มาทั้งหมดหากรวมกันแล้วนำมาหารายได้หรือให้บริการอย่างใดอย่างหนึ่งย่อมสร้างได้อย่างมหาศาล
          "การรวมกันถ้าทำได้จะเป็นสิ่งที่จะได้เปรียบ"
          แนะสร้างวัฒนธรรมใหม่ร่วมกัน
          นายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เห็นว่าอุปสรรคสำคัญของการรวมสององค์กรคือ วัฒนธรรมองค์กร การเป็นรัฐวิสาหกิจแต่มีวัฒนธรรมองค์กรต่างกัน วัฒนธรรมในการทำงานต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เป็นเรื่องที่ต้องหาจุดร่วมให้ได้ "หลังการแปรรูปมาเป็นแบบบริษัทมหาชนจะเห็นว่ากสทปรับตัวได้ดีสร้างสรรค์รูปแบบบริการใหม่มีภาพลักษณ์องค์กรที่เปิดกว้างในการทำธุรกิจกับเอกชน หรือแข่งกับเอกชนได้หลายแบบ ขณะที่ทีโอทีโตมาจากการเป็นรัฐวิสาหกิจอย่างยาวนาน คุ้นเคยกับการให้สัมปทาน และมีรายได้เยอะแม้จะปรับเปลี่ยนองค์กรแล้วแต่ยังมีความอนุรักษนิยม จุดนี้ทำให้ทีโอทีกับกสทยังมีช่องว่าง สิ่งที่ต้องคิดคือถ้ารวมกันจะทำยังไงให้พนักงานทำงานร่วมกันได้ แข่งกันเอกชนได้ นี่คือเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้เวลายาวนาน"
          นักวิจัยโทรคมนาคม กล่าวอีกว่า ทางออกถ้าต้องรวมกันน่าจะทอดเวลาออกไปและเริ่มจากการตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อร่วมมือกันทำธุรกิจภายใต้ทรัพยากรของทั้งสองบริษัทที่พร้อมในการเอาออกมาหารายได้ จากนั้นจึงส่งพนักงานของทั้งสองบริษัทไปร่วมกันทำงานเพื่อสร้างวัฒนธรรมการทำงาน วัฒนธรรมองค์กรใหม่ เมื่อบริษัทร่วมทุนแข็งแกร่งแล้วจึงขยายส่วนแบ่งตลาดไปแข่งขันกับเอกชนทั้งสองบริษัทต้องสร้างรายได้และทิศทางธุรกิจที่เข้มแข็งในการให้บริการภาครัฐที่แข่งกันเอกชนได้