เอไอเอส ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนชายขอบ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

เอไอเอส ร่วมกับมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เนคเทค  และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ จัดทำ "โครงการระบบไอซีทีและพลังงานทดแทนแบบบูรณาการสำหรับชุมชนชายขอบ ตาม พระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" ที่ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ศรก.ตชด.) บ้านคีรีล้อม จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นแห่งแรก
          สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอส มีเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการปรับเปลี่ยนองค์กรจากการเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ สู่การเป็นผู้ให้บริการดิจิทัล อันดับ 1 ของประเทศไทย แต่เอไอเอสไม่เคยลืมคนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารห่างไกลความเจริญ พร้อมที่จะช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของคนในชุมชนให้มีความทัดเทียมกับคนเมือง ในเรื่องการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยเริ่มจากโครงการระบบไอซีที และพลังงานทดแทนแบบบูรณาการสำหรับชุมชนชายขอบ ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
          "โครงการนี้ เอไอเอส นำระบบไอซีทีไปเชื่อมโยงการสื่อสารยุคดิจิทัล ด้วยการจัดทำห้องเรียนต้นแบบด้านการเรียนรู้สำหรับเยาวชน ติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย และระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี เพื่อเปิดโลกแห่งการสื่อสารให้เยาวชนและชุมชน สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้นได้" สมชัย กล่าว
          ดร.ศิวรักษ์  ศิวโมกษธรรม รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า เนคเทค ร่วมกับ เอไอเอส ออกแบบ พัฒนา และติดตั้ง ระบบพลังงานทดแทนแบบบูรณาการ ที่ใช้ระบบการผลิตพลังงานไฟฟ้าแบบผสมผสาน ระหว่างพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานจากน้ำ เพื่อใช้ภายใน ศรก.ตชด.บ้านคีรีล้อม พร้อมกับระบบตรวจวัดข้อมูลสังเกตการณ์ระยะไกล เพื่อให้เจ้าหน้าที่เอไอเอสสามารถตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ และเข้าไปแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
          "นอกจากนี้ ยังร่วมกันจัดตั้งสถานีเก็บประจุไฟฟ้า เพื่อให้ประชาชนนำตะเกียงมาชาร์จไฟไปใช้งานที่บ้าน พร้อมทั้งมีการจัดอบรมเพื่อให้ความรู้แก่ครูและนักเรียน เรื่องการใช้งาน และการบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ด้วย" ดร.ศิวรักษ์ กล่าว
          ร.ต.ท.ไชยา จันทะดี ครูใหญ่ ศรก.ตชด.บ้านคีรีล้อม กล่าวว่า ศรก.แห่งนี้ สอนนักเรียนระดับปฐมวัย ถึง ป.6 มีนักเรียน 105 คน ครู ตชด. 8 คน นักเรียนส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของชาวบ้านที่อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ซึ่งไฟฟ้าเข้าไม่ถึง แต่เมื่อมีโครงการนี้เข้ามา ทำให้ความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ดีขึ้น คนในชุมชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต นักเรียนใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนและสืบค้นหาข้อมูลได้ เป็นการพัฒนาด้านการเรียนรู้ ชาวบ้านมีไฟฟ้าใช้ในครัวเรือนแทนการจุดขี้ไต้เพื่อให้แสงสว่าง เป็นการสร้างความปลอดภัยให้ชุมชนอีกระดับ
          การพัฒนาสังคมไทย ให้มีความพร้อมสู่การเป็นสังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ จำเป็นต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารให้ทันสมัย มีคุณภาพ และผลักดันการพัฒนาโครงข่าวการสื่อสารไร้สายให้เข้าถึงในทุกพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนที่อยู่ห่างไกลเพราะเมื่อคนในชุมชนเหล่านั้นเข้าถึงแหล่งข้อมูลและเกิดการเรียนรู้จะส่งผลให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้พร้อมที่จะร่วมพัฒนาประเทศ ส่งผลให้ประเทศไทยเติบโตและแข็งแรงอย่างยั่งยืนต่อไป