เน็ตก้าผนึกพาร์ตเนอร์รับโอกาสคลาวด์มาแรง

ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
          เน็ตก้าก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2542 มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 15 ล้านบาท จุดแข็งคือการทำซอฟต์แวร์ด้านเครือข่ายให้กับองค์กรธุรกิจทั้งไทยและต่างประเทศมีส่วนแบ่งตลาดกว่า 80% ซึ่งทุกธุรกิจมีความต้องการใช้งานคลาวด์เพื่อช่วยลดต้นทุนลงกว่า 70%
          นิพัสตราภรณ์ เจียมโชติพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตก้า ซิสเต็ม กล่าวว่า เทคโนโลยีที่องค์กรธุรกิจจะเข้ามาลงทุนเพิ่มในปีนี้ แบ่งเป็น ความปลอดภัย 46% คลาวด์คอมพิวติ้ง 42% การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ 38% สตอเรจ 36% และไวร์เลส หรือโมบาย 35%
          ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้เผยผลสำรวจเกี่ยวกับมูลค่าตลาดบริการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าผ่านคลาวด์ของภาคธุรกิจไทยในปี 2559 อยู่ที่ 118.7-124.3 ล้านบาท เติบโตขึ้น 19.8-25.4% และคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า มูลค่าตลาดน่าจะโตขึ้นอีก 33.5-43.1% ต่อปี ทำให้ในปี 2564 มูลค่าตลาดน่าจะอยู่ที่ 629.6-967.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าปีนี้ราว 6.6 เท่า
          จากแนวโน้มดังกล่าว บริษัทจึงมองว่าบิ๊กดาต้าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจที่จะเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยี ซึ่งประกอบด้วย ซอฟต์แวร์ดีไฟน์เน็ตเวิร์ก (เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่าย) อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์และบิ๊กดาต้า จึงได้จับมือร่วมกับทาง อินฟินิตี้ส์ซอฟต์ และทัช เทคโนโลยีในการเข้ามารวมโครงสร้างเข้ากับเครือข่ายบริหารคลาวด์ทุกชนิด
          ขณะที่ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ในปี 2557 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท คาดว่าในปี 2561 จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งธุรกิจที่จะมีการลงทุนในสองส่วนนี้เพิ่มคือ ธนาคาร ค้าปลีก เอสเอ็มอี การศึกษาและทีวีดิจิทัลคอนเทนต์ ทำให้การร่วมมือกันของทั้งสามบริษัทจะช่วยให้ตลาดโตขึ้น 25-31%
          นอกจากนี้ ยังมีรายได้ของเน็ตก้าหลังบุกตลาดต่างประเทศร่วมด้วย คาดว่าบริษัทจะรับรู้รายได้ปีนี้เกิน 60% จากการให้บริการเชื่อมต่อเครือข่ายกับเทเลคอมซึ่งเป็นรายได้หลักและลูกค้า ต่างประเทศอีกสามราย
          จอช ฉ่าย ประธานปฏิบัติการ บริษัท อินฟินิตี้ส์ซอฟต์ เปิดเผยว่า บริษัทให้บริการซอฟต์แวร์ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์แบบบีทูบี โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการระบบคลาวด์แบบไฮบริด ที่ใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์ โดยรวมคลาวด์แพลตฟอร์ม 15 แพลตฟอร์มในตลาดมาไว้ในที่เดียวกัน
          "การลงทุนด้านไฮบริดคลาวด์ยังมีการพูดถึงต่อเนื่องและลงทุนต่อเนื่อง เพราะจะช่วยลดต้นทุนองค์กรที่ใช้คลาวด์แบบส่วนตัวได้ดีกว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าในอนาคตไฮบริดคลาวด์จะเข้ามาเชื่อมต่อระหว่างไพรเวทและพับลิกคลาวด์ เพราะเชื่อมั่นในความปลอดภัยที่ดีขึ้น สำหรับในไทยในช่วงแรกราคาในการใช้ไฮบริดคลาวด์ในไทยอาจจะสูงแต่ในอนาคตเมื่อมีรายใหญ่เข้ามาทำตลาดมากขึ้น ราคาจะถูกและมีการใช้งานเพิ่ม"
          ในมุมมองของเน็ตก้าเกี่ยวกับภาพรวมตลาดคลาวด์ในครึ่งปีหลังนี้ ภาครัฐยังนิ่งแต่ลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ยังลงทุนต่อเนื่อง เพราะทุกรายต้องการขยายธุรกิจไปยังตลาดโลก โดยคลาวด์ที่มีการใช้งานอยู่ในทุกวันนี้ยังเป็นไม่ใช่คลาวด์แท้ส่วนใหญ่เป็นลักษณะโคโลเกชั่นมากขึ้นเพราะการลงทุนคลาวด์ต้นทุนสูง จึงต้องเร่งนำไฮบริดคลาวด์เข้ามาเสริม
          ชัชฎา อภิชาสุทธากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทัช เทคโนโลยี กล่าวเสริมว่า ลูกค้าองค์กรใหญ่จะมีการใช้คลาวด์มาสนับสนุนโซลูชั่นเพื่อนาเสนอให้ลูกค้าขนาดกลางและเล็กได้มากขึ้นในระดับราคาที่เหมาะสมและแข่งขันได้ ภายใน 3 ปีนี้คาดว่าจะมีผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องให้บริการไว-ไฟแก่ลูกค้า เช่น กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ตั้งเป้าสร้างรายได้มากกว่า 300 ล้านบาท