กสทช.เตรียมทบทวนค่าบริการมือถือใหม่หลังทรู-AISยื่นค้าน

  “กสทช.” เล็งทบทวนอัตราค่าบริการมือถือคลื่น 2100-1800-900 ใหม่อีกครั้ง ก่อนนำร่างประกาศในราชกิจจานุเบกษา หลัง “ทรู-เอไอเอส” ยื่นคัดค้านร่าง พร้อมกำหนดมาตรการเยียวยาลงในการประมูลคลื่นความถี่ครั้งต่อไป
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ภายหลังที่เปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค และนักวิชาการ เรื่องแนวทางการกำกับการดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ 2100 MHz, 1800 MHz และ 900 MHz
          โดยที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีมติให้กำหนดอัตราค่าบริการของคลื่น 2100 MHz ค่าบริการประเภทเสียงไม่เกิน 82 สตางค์ต่อนาที ค่าดาต้าไม่เกิน 28 สตางค์ต่อเมกะบิต และ SMS ต้องไม่เกิน 1.33 บาทต่อข้อความ MMS ต้องไม่เกิน 3.32 บาทต่อข้อความ
          ส่วนคลื่น 1800 MHz และ 900 MHz ค่าบริการประเภทเสียงต้องต่ำกว่า 69 สตางค์ต่อนาที ค่าดาต้าต้องต่ำกว่า 26 สตางค์ต่อเมกะบิต และ SMS ต้องต่ำกว่า 1.15 บาทต่อข้อความ MMS ต้องต่ำกว่า 3.11 บาทต่อข้อความ โดยค่าบริการนี้ใช้ทั้งโปรโมชั่นหลักและโปรโมชั่นเสริม ระบุคลื่นที่ใช้ให้ผู้ใช้งานได้ทราบและคิดค่าบริการตามจริงเป็นวินาที และได้ให้ส่งร่างต่อให้ กสทช.นำร่างไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา
          อย่างไรก็ตาม มีผู้ประกอบการ 2 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC (เอไอเอส) และบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิว-นิเคชั่น จำกัด (ทรูมูฟ เอช) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ยื่นคัดค้าน พร้อมทั้งขอให้มีการกลับไปทบทวนร่างประกาศดังกล่าวใหม่อีกครั้ง เพราะทำให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือกในการเลือกใช้บริการแพ็กเกจที่คุ้มค่าตามรูปแบบการใช้งานของตนเองอย่างแท้จริง ทั้งยังอาจไม่สอดคล้องต่อการแข่งขันเสรีในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และไม่เป็นไปตามกลไกตลาด
          ทั้งนี้ กสทช.จึงมีการส่งร่างประกาศดังกล่าวกลับไปให้ กทค.ทบทวน อีกครั้งก่อนจะส่งกลับมาให้ กสทช.นำร่างไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อใช้อย่างเป็นทางการต่อไป พร้อมทั้งยังเตรียมกำหนดมาตรการเยียวยาลงในข้อกำหนดการประมูลคลื่นความถี่ในครั้งต่อไป เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ได้รับความเป็นธรรมก่อนที่จะส่งมอบคลื่นความถี่คืน อีกทั้งหากหน่วยงานต่างๆ ต้องการที่จะส่งมอบคลื่นความถี่คืนก่อนครบกำหนด ก็จะพิจารณาให้เงินชดเชยตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามจริง