ดีแทคประกาศผลศึกษาที่จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือกับศูนย์วิจัยเทเลนอร์ โดยผลรายงานจาก 7 ประเทศในเอเชียและยุโรป พบว่าการใช้งานอินเตอร์เน็ตในกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเอเชียที่ใช้งานบนมือถือ มีความหลากหลายและแตกต่างกันไปแม้อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน และเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มยุโรป โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้สมาร์ทโฟนของไทยเป็นทั้งผู้ใช้งานดิจิตอลที่ล้ำหน้าและใช้งานดิจิตอลทางอินเตอร์เน็ตมากสุด โดยมียอดการใช้งานอินเตอร์เน็ตสูงสุดติดอันดับทั้งวีดีโอและการโทรผ่านอินเตอร์เน็ต
          ดีแทคโดยความร่วมมือกับศูนย์วิจัยเทเลนอร์ได้เริ่มดำเนินการศึกษาเมื่อไตรมาสที่ 4 ปี พ.ศ.2558 ที่ผ่านมากับกลุ่มตัวอย่าง 5,600 รายในประเทศไทย มาเลเซีย ปากีสถาน เซอร์เบีย ฮังการี สวีเดน และนอร์เวย์ จากกลุ่มอายุ 16-35 ปี ซึ่งเป็นผู้ใช้งานผ่านอินเตอร์เน็ตบนมือถือ โดยกลุ่มประชากรที่ถูกทำการสำรวจในครั้งนี้ เทเลนอร์ระบุให้เป็น "ผู้ใช้งานดิจิตอลแถวหน้า (Digital Frontrunners)" ซึ่ง รูปแบบต่างๆ ของการใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือของผู้ใช้งาน จะเป็นดรรชนีชี้วัด ในภาพรวมของแต่ละประเทศในปีหน้า จากการศึกษาพฤติกรรมพบว่าผู้ใช้งาน สมาร์ทโฟนมีรูปแบบกิจกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตหลากหลายในแต่ละวัน ทั้งการใช้ ท่องเว็บ รับ-ส่งข้อความ แชร์คอนเทนต์ ช็อปปิ้ง และชมวีดีโอ
          นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า เพื่อตอบสนองทิศทางของผู้ใช้บริการดิจิตอล โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้งานสมาร์ทโฟนของไทยเป็นผู้ใช้งานดิจิตอลบนอินเตอร์เน็ตมากที่สุด ดีแทคจึงมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำในการให้บริการอินเตอร์เน็ตของประเทศ โดยการสร้างและมอบโครงข่ายที่สมบูรณ์แบบที่สุดให้กับลูกค้าที่รักการใช้บริการข้อมูล ดีแทคจะเดินหน้าสู่เป้าหมายนี้ ด้วยการรุกขยายโครงข่าย สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในการให้บริการ และการปรับเปลี่ยนการทำงานสู่รูปแบบดิจิตอลของเรา โดยจะมุ่งทำงานร่วมกับทีมงานผู้บริหารดีแทคอย่างใกล้ชิดในการที่จะสร้างให้บริษัทอยู่ในตำแหน่งของการให้บริการดิจิตอลในระดับแนวหน้า
          นายบียอร์น ทัลเล่ แซนด์เบิร์ก หัวหน้าศูนย์วิจัยของเทเลนอร์ กล่าวว่า การสำรวจในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมากที่จะศึกษาจากกลุ่ม "ดิจิตอลแถวหน้า (Digital Frontrunners)" ซึ่งจะช่วยในการคาดการณ์เทรนด์ของการใช้งานในอนาคตที่กำลังมา สิ่งนี้ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่การวางแผนในการบริการดิจิตอลของเรา แต่ยังน่าสนใจสำหรับการศึกษาการใช้งานที่มีความคล้ายกันของระหว่างประเทศซึ่งมีความหลากหลายออกไปในประเทศไทย ฮังการี ปากีสถาน หรือนอร์เวย์ เช่นถ้าเราคาดว่า 2 ประเทศอาจจะมีพัฒนาการแบบเดียวกัน แต่บนความคล้ายกันจะมีจุดแตกต่างของแต่ละท้องถิ่นเฉพาะออกไป
          ประเทศไทยและเอเชียล้ำหน้ายุโรปในการสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต
          จากการศึกษาพบว่ามีหลายประเทศจากการสำรวจ 7 ประเทศกำลังเพิ่มการก้าวสู่การใช้งานบริการอินเตอร์เน็ตต่างๆ สำหรับในส่วนของประเทศไทยพบว่ามีการเติบโตในการใช้งานผ่านอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นทั้งรูปแบบการโทรผ่านอินเตอร์เน็ตและวีดีโอคอลล์ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2557 ถึงธันวาคม พ.ศ.2558 ด้วยการใช้งานเพิ่มขึ้นจาก 48% เป็น 65% และ 37% เป็น 52% ตามลำดับ โดยมีเพียง 3% กล่าวว่ายังไม่เคยใช้งานสื่อสารรูปแบบนี้ โดยประเทศไทยอยู่ในกลุ่มที่มีความถี่ในการใช้งานผ่านอินเตอร์เน็ตเพิ่มสูงสุดโดยมีจำนวน 86% ที่ใช้งานทุกวัน รองจากประเทศเซอร์เบีย 89%
          จากผลสำรวจกลุ่มประเทศนอร์ดิกชี้ว่ามีจำนวน 37% ใช้บริการเล็กน้อยในการโทรผ่านอินเตอร์เน็ต และในจำนวน  36% ของชาวนอร์เวย์ และสวีเดนระบุว่าไม่เคยใช้งานการโทร รูปแบบนี้มาก่อน เปรียบเทียบกับความนิยมการใช้งานวีดีโอคอล ในกลุ่มผู้ใช้งานดิจิตอลแถวหน้าของประเทศไทย โดยมีจำนวน 52% ที่ใช้งานทุกวัน เทียบกับชาวนอร์เวย์มีจำนวนเพียง 5% ใช้งานทุกวัน
          ทั้งนี้ จากการเพิ่มขึ้นอย่างหลากหลายของแอพพลิเคชั่น บนสมาร์ทโฟน อาจจะคาดได้ว่าคนใช้งานรุ่นใหม่จะมองข้ามฟังก์ชั่นการโทรซึ่งเป็นการใช้งานหลักของมือถือที่ถูกผลิตมา อย่างไรก็ตามผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าการโทรมือถือ แบบปกติยังเป็นส่วนหนึ่งการการใช้งาน โดยจำนวน 58% ของผู้ใช้งานแถวหน้าในประเทศไทยยังมีการใช้งานโทรแบบปกติหลายครั้งต่อวัน
          ในขณะที่ผลสำรวจของชาวไทยยังเชื่อว่าการใช้งานโทรศัพท์ด้วยเสียงยังเป็นบริการการสื่อสารที่สำคัญที่สุดของโทรศัพท์มือถืออยู่ ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจจากประเทศอื่นๆ ยกเว้นประเทศมาเลเซีย ที่กล่าวว่าแอพพลิเคชั่นส่งข้อความเป็นบริการสื่อสารที่สำคัญที่สุด
          การส่งข้อความทางอินเตอร์เน็ตนั้นมาแรงมาก
          ทั้งคนไทย (68%) และมาเลเซีย (71%) ที่ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขา ใช้แอพฯ ข้อความจำนวนหลายครั้งต่อวัน ทำสถิติแซงหน้า สวีเดน (44%) นอร์เวย์ (53%) เซอร์เบีย (76%) และฮังการี (60%) ในขณะที่ผู้ที่ใช้งานเป็นส่วนน้อย ได้แก่ ปากีสถาน ที่มีการใช้งานเพียง 29% แต่พวกเขากลับเป็นผู้ใช้การส่งข้อความ แบบดั้งเดิมผ่าน SMS มากที่สุด โดยคนรุ่นใหม่จำนวน 66% ยังมีการใช้งานส่ง  SMS วันละหลายครั้งต่อวัน
          อย่างไรก็ตาม การใช้ SMS ก็ไม่ใช่ปัจจัยการแบ่งแยกระหว่างตลาดเกิดใหม่ (Emerging) และตลาดเติบโต (established) ได้ เพราะผู้ใช้งานแถวหน้าในนอร์เวย์ (56%) และสวีเดน (48%) มีการใช้ SMS วันละหลายครั้งเช่นกัน แม้จะเป็น ตลาดเติบโตแล้วก็ตาม (Established Markets)
          ในขณะที่ผู้ใช้งานแถวหน้าของไทยใช้ SMS น้อยที่สุด ซึ่งจำนวน 49% บอกว่า พวกเขาอยู่ในกลุ่มใช้เดือนละครั้ง น้อยกว่านั้น หรือไม่ได้ใช้เลย ซึ่งเป็นไปตามคาดเพราะปัจจุบันการใช้ SMS ในเมืองไทยนั้นได้รับความนิยมในการใช้งานน้อยลง
          สำหรับความนิยมในการสื่อสารแบบข้อความของบุคคลบนโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต แอพพลิเคชั่นที่นิยมสูงสุดในประเทศไทยคือ LINE ตามด้วย Facebook Messenger อย่างไรก็ตามความนิยมจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศที่ทำการสำรวจมา โดยประเทศมาเลเซียนิยม WhatsApp, เซอร์เบียนิยม Viber และสวีเดนนิยมสื่อสารผ่านอีเมล
          การใช้งานแบบใหม่ของโมบายล์อินเตอร์เน็ตประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดผู้นำของเอเชีย ในการรับเอาเทคโนโลยีใหม่ของโมบายล์อินเตอร์เน็ตมาใช้งาน ผู้ใช้งานชาวไทยและมาเลเซียมีสถิติการใช้งานสูงสุดในการใช้งานบริการแผนที่ แชร์พิกัดสถานที่ ช็อปออนไลน์ และเล่นเกม อย่างน้อย สัปดาห์ละครั้ง
          ผลสำรวจที่น่าสนใจคือ จำนวน 22% ของคนไทยกล่าวว่าพวกเขาช็อปออนไลน์เป็นประจำทุกวัน รวมทั้งชมทีวีและวีดีโอออนไลน์ ซึ่งมากกว่ากลุ่มอื่นที่ร่วมในการสำรวจในครั้งนี้ โดย 91% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาทำกิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้นอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์
          คนไทยมีการใช้บริการทางการเงิน และการโอนเงินผ่านอินเตอร์เน็ตมากถึง  49% เป็นรองแค่สวีเดน 57%
          "การทำตลาดในหลากหลายภูมิภาคทั้งในทวีปเอเชียและยุโรป เราต้องฟังเสียงของผู้ใช้งานเพื่อพัฒนาไปพร้อมๆ กับพวกเขา ถ้าเราค้นพบว่าคนไทยหรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ชอบช็อปปิ้งออนไลน์ หรือชาวมาเลเซียชอบใช้งานแอพพลิเคชั่นในการสนทนา ดังนั้น ในฐานะผู้ให้บริการด้านดิจิตอล นี่คือหน้าที่ของเราที่ต้องนำเสนอบริการดิจิตอลที่ ตอบสนองความต้องการและเทรนด์การใช้งาน" นายทัลเล่ กล่าวในที่สุด