"ซิป้า"เร่งสางปัญหาเก่าปรับองค์กร รับดิจิทัลอีโคโนมี

 "ซิป้า" สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นองค์กรที่ถูกจับตามาตลอดตั้งแต่รัฐบาลผลักดันปรับโฉมกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อขานรับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล เนื่องจากตามร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ฉบับแรก ถูกระบุชัดว่า ซิป้าจะถูกยุบหายไป ทั้งที่ผ่านมายังมีปัญหาภายในมาตลอด อาทิ การปลดผู้อำนวยการแทบจะทุก 2 ปี
          แต่เมื่อร่างกฎหมายปรับปรุงกระทรวงไอซีทีฉบับล่าสุดที่ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ชัดเจนแล้วว่า "ซิป้า" ยังคงสถานะเป็นองค์การมหาชนภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งประธานกรรมการบริหาร "จีราวรรณ บุญเพิ่ม" และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการซิป้า "ศุภชัย จงศิริ" จึงร่วมกันยืนยันกับบรรดาองค์กรพันธมิตรทั้งหลายถึงสถานะและการเดินหน้าโครงการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลต่อไป
          โดยเฉพาะการผลักดันให้ผู้ประกอบการ SMEs และเกษตรกร นำเทคโนโลยีมาใช้ยกระดับธุรกิจ รวมถึงคุณภาพชีวิต ซึ่งได้เริ่มลงพื้นที่ชุมชน 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง น่าน ขอนแก่น ชัยภูมิ เป็นต้น เพื่ออบรมการนำไอทีมาใช้ในการทำธุรกิจและการค้าขายออนไลน์   รวมถึง การยกระดับเมืองสำคัญอย่างภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่นให้เป็นสมาร์ทซิตี้ เพื่อดึงดูดนักลงทุน และบรรดาดิจิทัลเวิร์กเกอร์ ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 คนในไทย โดยจะเริ่มเปิดตัวตั้งแต่ 30 ส.ค.นี้ สำหรับภูเก็ตสมาร์ทซิตี้ ที่จะมีทั้งอินโนเวชั่นปาร์ก ศูนย์บริการนักลงทุนที่จะทำให้บรรดาดิจิทัลเวิร์กเกอร์ต่างชาติทั้งหลายได้รับความสะดวกในการขอวีซ่าให้อยู่ในไทยได้ 3 ปี โดยไม่ต้องใช้วีซ่านักท่องเที่ยวที่เป็นวีซ่าระยะสั้น ซึ่งศูนย์นี้จะเปิดพร้อมกันที่เชียงใหม่ โดยร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)
          รักษาการผู้อำนวยการซิป้าเปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2559 ซิป้าได้งบฯ 285 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการสนับสนุนดิจิทัลอีโคโนมี 185 ล้านบาท กับงบฯพิเศษที่ได้รับจัดสรรจากกระทรวงเพื่อสนับสนุนเทคสตาร์ตอัพ 117 ล้านบาท สมาร์ทซิตี้ 44 ล้านบาท ส่วนงบประมาณปี 2560 ซึ่งกำลังอยู่ใน ขั้นตอนพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ได้ตั้งของบฯไว้ 290 ล้านบาท คาดว่าจะได้รับอนุมัติใกล้เคียงกับที่ขอไป เนื่องจากการใช้ไอทีพัฒนาศักยภาพของธุรกิจและคุณภาพชีวิตเป็นสิ่งสำคัญของนโยบายดิจิทัลอีโคโนมี และอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของไทยมีการเติบโตชัดเจน โดยผลการสำรวจของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า ปี 2558 มีการเติบโต 13.9% และคาดว่าในปี 2559 จะโตขึ้นอีก 17.1%
          ขณะที่การแก้ปัญหาในองค์กรเพื่อเตรียมพร้อมรับภารกิจนั้น ปัญหาหลักของซิป้าที่ผ่านมาคือ "คน" ซึ่งที่ผ่านมามีการปรับปรุงมาตลอด ทั้งสร้างทีมทำงาน การแก้ไข กฎระเบียบให้ชัดเจน มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นแล้ว โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนที่เข้ามารับตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการ
          "ปัญหาหลักของซิป้า คือ เรื่องคน ซึ่งที่ผ่านมาทั้งในส่วนของบอร์ดและฝ่ายบริหารรวมถึงระดับปฏิบัติการ มาจากภาคเอกชนเป็นหลัก ทำให้มีปัญหาในเรื่องกฎระเบียบ เพราะซิป้ายังเป็นองค์กรที่ต้องถูกตรวจสอบจาก สตง. จึงต้องมีการเชิญกรมบัญชีกลาง สตง. ก.พ. มาอบรมพนักงานให้มีความเข้าใจระบบตรวจสอบของราชการ ให้รู้ว่าอะไรทำได้ ทำไม่ได้ เพราะเท่าที่เข้ามาทำงานให้ซิป้า ยังไม่เห็นว่ามีการโกง แค่ไม่เข้าใจระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง และคิดว่าทำได้เหมือนเอกชนเท่านั้น"
          ส่วนปัญหาด้านความกังวลของบรรดาพนักงานเกี่ยวกับอนาคตขององค์กรนั้น ที่ผ่านมาได้เน้นย้ำมาตลอดว่า หากทำงานแล้วผลงานเป็นที่ปรากฏย่อมไม่มีปัญหา ซึ่ง ณ ขณะนี้ซิป้าเองก็ได้รับความไว้วางใจจากทางรัฐมนตรีไอซีที ที่ได้มอบหมายงานสำคัญในการผลักดันดิจิทัลอีโคโนมี ช่วงเวลาจากนี้ไปจึงเป็นการเดินไปข้างหน้าเพื่อทำตามเป้าหมายงานที่ต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุด
          หลังจากนี้จะเริ่มกระบวนการสรรหาผู้อำนวยการคนใหม่ เพื่อเข้ามาสานต่อ การทำงานตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดรับสมัครได้ภายในสิ้นเดือน ก.ค.นี้ ก่อนที่จะคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมได้ราว ต.ค.นี้
          "ผู้อำนวยการคนใหม่ ควรมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี การตลาด และมองเทรนด์เทคโนโลยีในอนาคตได้ชัดเจน เพื่อเข้ามาบริหารงานของซิป้า ในฐานะองค์กรส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ต่อไป"