ปั้นแอพ DeepPocket กระเป๋าเงิน อิเล็กทรอนิกส์

แม้จะจบการศึกษาสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) แต่ด้วยพื้นฐานของตรรกะทางความคิดที่ถูกหล่อหลอมด้านวิศวะ ทำให้ "ทวีชัย  ภูรีทิพย์" ต่อยอดการเรียนรู้ไปสู่คณะบริหารจัดการธุรกิจ หรือเอ็มบีเอ ที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเส็ตส์ หรือเอ็มไอที และได้พบเพื่อนจนกลายมาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ทีทูพี  จำกัด (T2P) บริษัทสตาร์ตอัพที่น่าจับตา
          "ทวีชัย" ในฐานะประธานบริหาร เล่าให้ฟังว่า ทีทูพี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2554  ประกอบธุรกิจให้บริการโซลูชันสำหรับการสร้างและรักษาฐานลูกค้าเพื่อองค์กร งานบริการ ได้แก่ โปรแกรม Loyalty บนบัตร และ Cash Card ให้กับองค์กรต่างๆ ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 1 ล้านคน และให้บริการแก่ลูกค้าองค์กรกว่า 1,500 ร้านค้าชั้นนำของประเทศ
          จากความเป็นผู้นำในการให้บริการระดับประเทศ ผสมผสานกับประสบการณ์จากการทำงานเกี่ยวกับเกมออนไลน์ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและไม่มีบัญชีธนาคารเป็นของตัวเอง  ทำให้ไม่สามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้ ทีทูพี เลยเห็นโอกาสที่จะทำตลาดกับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ จึงจุดประกายไอเดียของการใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-wallet ที่ไม่ได้มีไว้เพื่อเติมเงินสำหรับเกมออนไลน์เท่านั้น และใช้เวลาในการพัฒนาโปรแกรมกว่า 1 ปี จนกลายมาเป็นแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ชื่อว่า "DeepPocket" สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android
          DeepPocket  เกิดขึ้นจากการร่วมทุนกับกลุ่มเบญจจินดา  ที่ประกอบธุรกิจให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ และกองทุน 500Tuktuks (500 ตุ๊กตุ๊ก) ซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่ม 500 สตาร์ตอัพ จากสหรัฐอเมริกา  ทั้ง 2 กลุ่มถือหุ้นในทีทูพี ประมาณ 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจุบันมีผู้ใช้งานเกือบ 1 แสนราย (เปิดให้บริการ 6 เดือน)  โดยมีการทำธุรกรรมต่อเดือนเกิน 10 ล้านบาท
          จุดเด่นของ DeepPocket อยู่ที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีบัญชีกับธนาคารแห่งใดเลย  แต่สามารถนำเงินไปชำระสินค้าและบริการแทนเงินสดผ่านโทรศัพท์มือถือได้อย่างสะดวก  และรวดเร็ว เพียงแค่เติมเงินเข้าสู่ระบบผ่านทางเคาน์เตอร์ของร้านสะดวกซื้อ  และช่องทางของธนาคาร โดยระบบจะดำเนินการให้ทั้งหมด เพียงแค่ผู้ใช้ยื่นให้เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการและชำระเงิน  ยอดเงินก็จะเข้าสู่กระเป๋า DeepPocket ของผู้ใช้งานทันที และนำไปทำธุรกรรมออนไลน์ตามต้องการ โดย DeepPocket เปรียบเสมือนบัตรเครดิตที่ผู้ใช้งานสามารถนำตัวเลขนั้นไปกรอกและชำระเงินทำธุรกรรมได้
          ส่วนเรื่องระบบความปลอดภัยนั้นเขาบอกว่า. ทีทูพี เป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้ใบอนุญาตของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพราะฉะนั้นจะมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ต้องปฏิบัติตาม  อีกทั้งยังมีการตรวจสอบ โดยพยายามเจาะระบบจากภายนอกและภายในเป็นประจำทุกปี จากบุคคลภายนอกที่ถูกแต่งตั้งขึ้น นอกจากนี้อยู่ระหว่างการเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยให้เป็นมาตรฐานโลก
          "ทวีชัย" บอกว่า DeepPocket ยังเชื่อมโยงกับการทำธุรกรรมออนไลน์ และผู้ใช้สามารถมั่นใจในระบบความปลอดภัยได้อย่างเต็มที่  เพราะการทำธุรกรรมทุกครั้งระบบจะมีรหัสลับ 3 หลัก และจะเปลี่ยนทุกครั้งที่ทำรายการ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน ด้วยการมีพันธมิตร คือ ธนาคารธนชาต และมาสเตอร์การ์ด
          สิ่งสำคัญที่ทำให้ DeepPocket  แตกต่างจากบัญชีธนาคารตามปกติทั่วไป คือ ฟีเจอร์ที่พัฒนาขึ้นมาภายใต้ชื่อ "เฟรนด์แอนด์แฟมิลี่แชร์ริ่ง" (Friend and family Sharing)  ซึ่งผู้ใช้งานสามารถแบ่งปันเงิน หรือยืมเงินจากเพื่อนที่ยอมรับข้อตกลงในการแบ่งปันร่วมกันได้  โดยมีเงื่อนไขที่แต่ละคนจะให้เพื่อนยืมได้ไม่เกิน 50 บาท  ซึ่งระบบจะดำเนินการจัดสรรให้ทั้งหมด
          นอกจากนี้ในแอพพลิเคชันยังมีบริการอื่นๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามา เพื่อให้ผู้ใช้งานสะดวกมากขึ้น เช่น สามารถใช้เงินในกระเป๋าของ DeepPocket ที่มีอยู่ซื้อบัตรเติมเงินโทรศัพท์ โดยปัจจุบันได้ประสานความร่วมมือกับบริษัท  แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด  (มหาชน)(บมจ.) หรือเอไอเอส เพื่อให้เติมเงินเข้าสู่โทรศัพท์มือถือระบบเติมเงินได้  โดยหักเงินจากในกระเป๋าของผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ และล่าสุดอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค และบมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น หรือ ทรู เพื่อให้บริการเติมเงินเข้าสู่โทรศัพท์มือถือ  คาดว่าจะเปิดให้บริการได้เร็วๆ นี้
          ด้านรายได้ของทีทูพี  หลักๆ จะมาจากการให้บริการกับลูกค้าองค์กรผ่าน Loyalty Card และ Cash Card ประมาณ 90% ส่วนอีก 10% มาจาก DeepPocket ที่เพิ่งเปิดให้บริการ โดยมีรายได้จากค่าธรรมเนียมการใช้งานที่เกิดขึ้นตามเงื่อนไขที่บริษัทได้ทำข้อตกลงไว้กับพันธมิตรทางธุรกิจแต่ละแห่ง  และในอนาคตรายได้ส่วนใหญ่ หรือประมาณ 95% จะมาจาก DeepPocket เนื่องจากเป็นแนวโน้มของการใช้งานในอนาคต อีกทั้งในส่วนของการให้บริการลูกค้าองค์กร  ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะเจรจากันสิ้นสุดในแต่ละโครงการ
          "เชื่อว่า DeepPocket จะเติบโต 2-3 เท่าภายในปีนี้ และคาดว่าปี 2560  จะโชว์ตัวเลขเกิน 100 ล้านบาท เพราะการทำตลาดของกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ยังมีโอกาสอีกมาก  เนื่องจากจำนวนผู้ใช้งานปัจจุบันมีไม่ถึง 10% ของที่สามารถทำได้  ขณะที่รัฐบาลเองก็พยายามผลักดันระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์"
          "ทวีชัย" ทิ้งท้ายถึงเป้าหมายสถานีต่อไปของ DeepPocket คือ การขยายฐานลูกค้าและบริการไปสู่กลุ่มของอี-คอมเมิร์ซ ทั่วไปให้มากขึ้น  ขณะที่แผนระยะยาว คือ การขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน  โดยขณะนี้กำลังหารือพันธมิตรกลุ่ม CLMV (กัมพูชา  สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) โฟกัสไปที่ผู้มีใบอนุญาตอยู่แล้วในประเทศนั้นๆ ส่วนทีทูพี มีหน้าที่นำเทคโนโลยี ระบบ องค์ความรู้ที่มีอยู่ไปใช้  ซึ่งจะช่วยให้เข้าไปทำธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว และเป้าหมายก็คือ..เป็นผู้นำในภูมิภาค
          "ทีทูพี เป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้ใบอนุญาตของธปท. เพราะฉะนั้นจะมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ต้องปฏิบัติตาม"