ปฏิวัติประเทศไทยด้วยกลยุทธ์ด้านดิจิทัลไม่ทำไม่ได้แล้ว

เชษฐา เทอดไพรสันต์
          กรรมการผู้จัดการ
          บริษัท แมคคินซี่ แอนด์ คอมพานี (ประเทศไทย)
          แฮรี่ เซียพ
          ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ แมคคินซี่ แอนด์ คอมพานี
          ในยุคศตวรรษที่ 21 ดิจิทัลคือคำที่ใครๆ ต่างพูดถึง จะเป็นภาคส่วนใดของเศรษฐกิจ หรือเป็นแนวทางแก้ไขปัญหา จะต้องมีใคร สักคนเอ่ยถึงศักยภาพของ "ดิจิทัล" หรือ"การปฏิวัติด้วยดิจิทัล" (Digital Disruption) แล้วตกลงจะอย่างไรต่อ เรื่องนี้มีความ- หมายต่อประเทศไทยอย่างไร และมากแค่ไหน
          มาว่ากันที่คำถามท้ายสุดก่อน คำตอบคือผลกระทบมีมากแน่นอน ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรที่ปรึกษาแมคคินซีย์ โกลบอล อินสติติวท์ หรือเอ็มจีไอ ให้ข้อมูลว่ามีเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล 5 อย่างที่มีบทบาทต่อการปฏิรูปภาคธุรกิจต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผลักดัน ให้เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพขององค์กร ธุรกิจ นั่นคือ โมบายอินเทอร์เน็ต บิ๊กดาต้า อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (Internet of Things) ระบบอัตโนมัติสำหรับงานที่ต้องใช้ความรู้ และคลาวด์
          ยกตัวอย่างเช่น เรานำบิ๊กดาต้ามาใช้ในการปรับปรุงการออกแบบผังเมือง เครื่องมือ ดิจิทัลนำมาใช้ในการศึกษาเพื่ออบรมครูและ สอนนักเรียน เทคโนโลยีแบบจำลองสารสนเทศ อาคารในอนาคตสามารถช่วยลดต้นทุนระบบสาธารณูปโภค และเสริมสร้างคุณภาพในการสร้างอาคาร สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอ็มจีไอประเมินว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านี้ จะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่าถึง 625 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2573 หรือคิดเป็น 12% ของจีดีพีทั้งภูมิภาค
          ไทยนับว่าอยู่ในสถานะที่มีบทบาทสำคัญ ต่อความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ในดัชนีความ พร้อมด้านเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ปี 2558 ของเวิลด์อีโคโนมิค ฟอรั่ม ไทยอยู่ใน อันดับ 67 ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ จาก 173 ประเทศที่ได้รับการประเมินทั่วโลก ซึ่งชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงสองประการ คือ หนึ่ง ไทยยังสามารถพัฒนาไปได้อีก และสอง ไทยมีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรและความ เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากคะแนนด้านทักษะและต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม ซึ่งไทยได้คะแนนสูงสุด  ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ไทยจะได้รับจึงเห็นได้ชัดเจน ในภาวะที่กำลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ในอาเซียน ซึ่งขณะนี้ ประสิทธิภาพในภาคการผลิตอุตสาหกรรมของไทยถูกมาเลเซียและจีนแซงหน้าไปแล้ว นอกจากนั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อัตราการเติบโตทาง เศรษฐกิจของไทยก็เริ่มช้ากว่าประเทศ อาเซียนอื่นๆ ขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศ ถดถอยลง การมุ่งพัฒนาด้านดิจิทัลอย่างจริงจังจะสามารถช่วยกอบกู้สถานการณ์เหล่านี้ การเสริมสร้างศักยภาพด้านดิจิทัลจะช่วยปฏิรูปธุรกิจไทยให้มีความคล่องตัวและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ผู้บริโภคไทย ทั้งในชุมชน เมืองและพื้นที่ชนบทห่างไกล จะสามารถ เข้าถึงสินค้าและบริการที่หลากหลาย กว่าเดิม เช่นบริการดิจิทัลแบงกิ้ง ผู้ใช้แรงงานก็ใช้ประโยชน์จากดิจิทัลในการพัฒนาทักษะต่างๆ
          วันนี้ ไทยถือว่ามีจุดแข็งด้านดิจิทัลอยู่บ้าง เช่น แอนิเมชั่นที่มีความล้ำหน้าและมีมหาวิทยาลัยกว่า 20 แห่งทั่วประเทศที่เปิดสอนในสาขานี้ ส่วนด้านอีคอมเมิร์ซ ที่เริ่มต้นอย่างเชื่องช้า ขณะนี้ก็กำลังเติบโตแข็งแกร่ง อัตราการเข้าถึงสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ต รวมทั้งออนไลน์แบงกิ้ง ก็กำลัง เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่การที่ไทยจะไปให้สุดทางกับการพัฒนาดิจิทัลจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่ดี ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หรือบริการด้านดิจิทัลอะไรที่สำคัญสำหรับผู้บริโภค หน่วยราชการ รวมทั้งภาคธุรกิจใดที่มีศักยภาพที่สุด ส่วนรัฐบาลก็จะต้องกำหนดให้การพัฒนาด้านดิจิทัลเป็นหนึ่งในเครื่องจักรที่สร้างความเติบโต ทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การเปิดตัว "พร้อมเพย์" ซึ่งเป็นระบบให้บริการโอนและ รับโอนเงินแบบใหม่
          ทั้งหมดนี้เป็นแค่การเริ่มต้น เมื่อเราหันไปมองประเทศที่มีกลยุทธ์ด้านดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพอื่น ๆ จะเห็นว่าประเทศเหล่านี้มีการจับมือกับภาคเอกชนเพื่อดำเนินการใน 3 ด้าน คือ หนึ่ง ออกกฎระเบียบใหม่ เพื่อกำหนดสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน ของโมเดลทางธุรกิจดิจิทัลใหม่ๆ การบังคับใช้ระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และสนับสนุนการเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) สอง สนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ และสาม ให้ความสำคัญกับการเสริมศักยภาพบุคลากรให้โอกาสจัดตั้งสตาร์ทอัพ โครงการบูทแคมป์ และประสานความร่วมมือกับภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ
          แค่คำว่า "ปฏิวัติ" เป็นเรื่องไม่ใช่ง่าย จะมีทั้งผู้ชนะและผู้แพ้เกิดขึ้นมากมาย บริษัทต่างๆ ที่เอ็มจีไอได้ทำการสำรวจประเมินว่า 4 ใน 10 ของบริษัทชั้นนำใน ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ จะได้รับผลกระทบในทางลบในช่วง 5 ปีหลังจากการปฏิวัติ ด้วยดิจิทัล และนี่คือเหตุผลสำคัญที่เราจะต้องเปิดใจรับดิจิทัลเพื่อความอยู่รอดในอนาคต
          การปฏิวัติด้วยดิจิทัลในวันนี้ คงไม่ต่างจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมในต้นศตวรรษที่แล้ว เป็นแรงผลักดันแห่งการพัฒนาสู่วันข้างหน้า
          เศรษฐกิจไทยยังเติบโตได้อีกไกล การจะบรรลุเป้าหมายในการก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางสู่ความเป็นรายได้สูงในปี 2575 ให้ได้นั้น เราต้องทำอะไรให้มากกว่านี้ และการพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลก็เป็นหนึ่งปัจจัย สำคัญ
          ในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ระหว่าง 8.00- 17.00 น. แมคคินซีย์จะจัดงานสัมมนา McKinsey Innovation forum เรื่อง Digitizing Thailand's Economy ที่โรงแรมเซนต์ รีจิส โดยมีผู้เชี่ยวชาญของแมคคินซีย์มาร่วม ให้มุมมองที่หลากหลายเรื่องการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลในการพลิกโฉมธุรกิจ
          "มีเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล 5 อย่างมีบทบาท ต่อการปฏิรูปภาคธุรกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"