CAT เดินหน้าจับมือพันธมิตรด้านโทรคมนาคมชั้นแนวหน้าของเอเชียเพื่อก้าวสู่ "ASEAN Digital Hub" 

 รัฐบาลไทยประกาศความพร้อมในการเป็น "ASEAN Digital Hub" เดินหน้าแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยนำความแข็งแกร่งในทางยุทธศาสตร์ที่ตั้งและศักยภาพในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมของไทย มาเป็นปัจจัยสนับสนุนการขับเคลื่อนภาคธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน สนับสนุนการเติบโตให้กับระบบเศรษฐกิจของไทยรวมไปถึงประเทศต่างๆ ในกลุ่มภูมิภาคอาเซียนส่งเสริมให้ไทยมีบทบาทต่อเศรษฐกิจระดับภูมิภาคมากขึ้น โดยการเป็นศูนย์กลางข้อมูลอาเซียน (ASEAN Digital Hub) จำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพด้านโครงข่ายพื้นฐานระหว่างประเทศ (Hard Infrastructure) เป็นรากฐานสำคัญและเนื่องในโอกาสที่รัฐบาลไทย เดินทางเยือนสาธารณรัฐอินเดียอย่างเป็นทางการ เพื่อเจรจาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาโดยส่วนหนึ่ง ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับการสร้าง Connectivity เชื่อมโยงระหว่างไทยและอินเดียในภาพรวม ที่ครอบคลุมทั้งเส้นทางคมนาคม และโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมรวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที เพื่อเดินหน้าประเทศไทยสู่ "ASEAN Digital Hub"

          ในการนี้ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)CAT  ในฐานะผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่ของประเทศไทย ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) การพัฒนาโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ ร่วมกับ บริษัท ทาทา คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัดซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกในการพัฒนาด้านโทรคมนาคมรายใหญ่ของอินเดีย ที่มีฐานการให้บริการอยู่ในหลายประเทศทุกภูมิภาคของโลก โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และคณะรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยาน โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมกันศึกษาแนวทางการลงทุนพัฒนาโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำของ CAT เชื่อมต่อกับโครงข่ายของทาทาคอมฯ ซึ่งเป็นเครือข่ายเคเบิลใต้น้ำขนาดใหญ่ทันสมัยระดับ Tier-1 IP Network เชื่อมต่อ 400 จุดในกว่า 200 ประเทศทั่วโลกและเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมาบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT  นำโดย ดร.สุรพันธ์ เมฆนาวินกรรมการบริษัท รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ร่วมคณะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ พร้อมกับ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรี และดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อร่วมหารือองค์กรภาครัฐและเอกชนของจีน ในการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ไทย-จีน ต่อเนื่องตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจไทยสู่ระดับภูมิภาค โดยมุ่งเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมสู่ผู้นำกลุ่มอาเซียนในการนี้ โดย ดร.สุรพันธ์ เมฆนาวิน ตัวแทนจาก CAT ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)เพื่อร่วมกันศึกษาแนวทางจัดสร้างระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศระบบใหม่ และระบบเคเบิลภาคพื้นดินจากประเทศไทยไปยังเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ร่วมกับนายเซี่ยวเหว่ย (Mr.Xiao Wei) รองประธานบริหาร บริษัท China Telecom Global Limited หรือ CTG หนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านโทรคมนาคมและเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ของประเทศจีน โดยมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม MOU ดังกล่าว จะเป็นการผลักดันการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยมุ่งพัฒนาขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศนั้น CAT รับนโยบายจากกระทรวงไอซีที ที่จะเน้นส่งเสริมเสถียรภาพโครงข่ายด้วยการเพิ่มความหลากหลายของระบบเชื่อมโยงระหว่างประเทศให้มากขึ้นซึ่งจากเดิมที่ปริมาณข้อมูลส่วนใหญ่อาศัยการเชื่อมต่อกับสิงคโปร์และมาเลเซียเป็นหลักการเชื่อมต่อกับฮ่องกงในครั้งนี้ จึงเป็นการเพิ่มเส้นทางในการส่งผ่านข้อมูลไปยังภูมิภาคต่างๆ และสามารถบริหารประสิทธิภาพโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมในภูมิภาคได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของปริมาณการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัล และผลักดันประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub)

          โดย ดร.สุรพันธ์ เมฆนาวิน กรรมการบริษัท รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า "ความร่วมมือที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้จะสอดรับกับแผนการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจและการสื่อสารของไทย โดยจากการคาดการณ์ของ CAT ได้ประเมินการใช้งานข้อมูลของคนไทยใน 3 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นจาก 3 เทราบิตเป็น 15 -20 เทราบิตต่อวินาทีหรือเพิ่มประมาณ 6 เท่า อีกทั้งยังเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง จากการเชื่อมโยงระบบเคเบิลภาคพื้นดินประสิทธิภาพสูงที่เชื่อมโยงทั้งในกลุ่มประเทศอินโดจีนและเชื่อมต่อยาวไปจนถึงฮ่องกง รวมถึงการเชื่อมต่อกับระบบเคเบิลใต้น้ำผ่านทั้งด้านตะวันตกฝั่งทะเลอันดามัน และด้านตะวันออกฝั่งอ่าวไทยไปยังภูมิภาคต่างๆ ได้ทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยจะยกระดับขีดความสามารถในทุกด้าน เพื่อรองรับผู้ให้บริการ Content รายใหญ่ระดับโลกที่จะมาลงทุนจัดวางระบบในประเทศไทย ที่มีความพร้อมทั้งในด้านตำแหน่งทางยุทธศาสตร์และระบบการสื่อสารโทรคมนาคมครบวงจร"