ยอมจ่าย 4.2 หมื่นล้าน-ครองสัดส่วนถือ 57%หุ้นใหญ่"ทรู"รับเพิ่มทุนเกินสิทธิ

จับตาหุ้นเพิ่มทุน เข้าเทรดวันแรก6ก.ค.นี้
          กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ "ทรู คอร์ปอเรชั่น" ทุ่มเงิน 4.2 หมื่นล้านบาท รับหุ้นเพิ่มทุนรวม 70% ของหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมด เกินกว่าสิทธิที่ได้รับจัดสรรประมาณ 1,460 ล้านหุ้น โบรกคาดผลประกอบการปีนี้พลิกขาดทุน หลังต้นทุนพุ่งปีละ 7,000 ล้านบาท
          วันนี้ (6 ก.ค.) หุ้นเพิ่มทุนของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) TRUE จำนวน 8,391.18 ล้านหุ้น จะเริ่มเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นวันแรก โดยการ เพิ่มทุนในครั้งนี้กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัทได้ใช้สิทธิเพิ่มทุนทั้งสิ้น 5,895.65 ล้านหุ้น คิดเป็น 70% ของจำนวนหุ้น เพิ่มทุนทั้งหมด ทำให้กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่มีสัดส่วนการถือหุ้นรวม 57.23% ภายหลังการเพิ่มทุนดังกล่าว จากเดิมที่มีสัดส่วนการถือหุ้น 52.86%  กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของทรูใช้เงินเพิ่มทุนกว่า 42,000 ล้านบาท ในการเพิ่มทุนครั้งนี้ ที่ราคา 7.15 บาท  สำหรับราคาหุ้นทรู ล่าสุดปิดที่ 7.25 บาท ส่งผลให้กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของทรูมีกำไรส่วนต่างจากราคาหุ้นทันที
          นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า จากการเพิ่มทุนในครั้งนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมบางส่วนที่ไม่ได้ใช้สิทธินั้นเป็นเพราะราคาหุ้นในกระดานระหว่างช่วง เพิ่มทุน 7-21 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้นใกล้เคียงกับราคาเพิ่มทุนที่ 7.15 บาท ทำให้ผู้ถือหุ้น ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากการเพิ่มทุน และการเพิ่มทุนก็ไม่ได้มีผลกระทบ (Dilution effect) ต่อราคาหุ้นในกระดาน โดยการคำนวณในเบื้องต้นคาดว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของทรูได้เพิ่มทุนเกินสิทธิประมาณ 1,460 ล้านบาท
          อย่างไรก็ตาม บริษัทก็สามารถเพิ่มทุนได้ตามสัดส่วนที่ตั้งใจไว้ แม้จะต้องใช้สิทธิเพิ่มทุนเอง 70% ขณะที่ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 อย่าง ไชน่า โมบายล์ ก็น่าจะใช้สิทธิเพิ่มทุนเต็มจำนวนเช่นกัน
          แนวโน้มธุรกิจของทรูต่อจากนี้ มองว่า การเติบโตในเชิงรายได้จากการให้บริการน่าจะเพิ่มขึ้นได้ดีกว่าอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทสามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้ต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
          ซึ่งในปีนี้คาดว่า รายได้น่าจะเติบโต ได้ราว 4% แม้ไตรมาสแรกจะเติบโต 10% แต่ครึ่งปีหลังน่าจะถูกกดดันจากค่า ใช้จ่ายและต้นทุนที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ค่าเสื่อมจากค่าใบอนุญาตคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่ตัดปีละ 2,000 ล้านบาท และคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ตัดค่าเสื่อม ปีละ 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มตัดในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้
          นอกจากนี้ รายได้จากการขายเสา เข้ากองรีทที่จบลงเมื่อปีก่อน จะทำให้รายได้ส่วนนี้หายไป 3,000 ล้านบาท ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้จะกดดันผลประกอบการ พลิกเป็นขาดทุนในปีนี้
          หวั่นค่าไลเซ่นส์4จีฉุดพลิกขาดทุน
          ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ผลประกอบการของทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ไตรมาส 1/2559 ที่ผ่านมา มีรายได้รวม 32,684.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.61% จากงวด เดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,968.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.79%
          ส่วนปี 2558 ที่ผ่านมา มีรายได้รวม  122,949.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% และมีกำไรสุทธิ 4,411.52 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 209.52% จากปี 2557 ที่มี รายได้ 117,659.99 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,425.28 ล้านบาท ขณะที่ความเคลื่อนไหวหุ้นทรูที่ผ่านมานั้น ปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดที่เกือบ 15 บาท เมื่อต้นปี 2558 ไปทำจุดต่ำสุดที่ราว 6 บาท เมื่อต้นปี 2559 ที่ผ่านมา
          ซึ่งปัจจัยกดดันหลัก คือ เรื่อง ของการประมูลคลื่นความถี่ 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะกดดันผประกอบการ ของทรู ให้พลิกกลับมาเป็นขาดทุน อีกครั้ง