ทวงเงินมือถือหลังหมดสัมปทาน ทรูมูฟโดนหนัก 1,600 ล้านบาท

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจกากระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ตนได้ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เพื่อขอให้เร่งรัดเก็บรายได้จากผู้ให้บริการมือถือที่สัมปทานหมดอายุ และให้บริการต่อในช่วงเยียวยา เพื่อนำเป็นรายได้ส่งแผ่นดิน ทั้งในส่วนของคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ เพราะทั้งสองคลื่นได้ประมูลเสร็จสิ้นแล้ว เพราะฉะนั้นการคำนวณค่าใช้จ่ายในช่วงการเยียวยาหลังสิ้นสุดสัมปทาน แต่ผู้ให้บริการยังขอใช้คลื่นต่อนั้น ก็ควรจะเสร็จสิ้นลงด้วย
          ทั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ทำหนังสือถึงประธาน กสทช.และเลขาธิการ กสทช.มากกว่า 5 ครั้ง ดังนั้น จึงขอให้บอร์ด กทค.มีมติกำหนดระยะเวลาให้คณะทำงานส่งรายงานสรุปการคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้บอร์ด กทค.ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ โดยคลื่น 1800 นั้น ถือว่ามีการใช้คลื่นต่อหลังสัมปทานหมดอายุนาน 2 ปีเศษ ขณะที่คลื่น 900 เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.58- 30 มิ.ย.59
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้คณะทำงานได้สรุปค่าใช้จ่ายการใช้คลื่นความถี่ช่วยเยียวยาแล้ว โดยจะเรียกเก็บจากบริษัท ทรูมูฟ 1,600 ล้านบาท บริษัท ดิจิตอลโฟน หรือดีพีซี 600 ล้านบาท ในฐานะผู้ใช้คลื่น 1800 และเอไอเอส ในฐานะผู้ใช้คลื่น 900 มูลค่า 125 ล้านบาท แต่ทั้ง 3 บริษัทได้ยื่นฟ้อง กสทช.ต่อศาลปกครองว่าการคำนวณค่าใช้จ่ายดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามข้อเท็จจริง.