สตช.เตือนระวังภัย"ไซเบอร์"จัดโครงการ"เรียนรู้โลกออนไลน์อย่างชาญฉลาด"

ทีมข่าวอาชญากรรม...รายงาน
          ด้วยในปัจจุบันการใช้งานเครือข่ายอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่ มักใช้งานผ่านทางอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อื่นๆ แต่ยังมีผู้ใช้งานบางส่วนขาดความตระหนักถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว และยังมีการใช้งานที่ไม่เหมาะสม อาจเกิดโทษและเกิดภัยคุกคามใกล้ตัวที่คาดไม่ถึง
          ดังนั้นมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพวิทยาเขตรังสิต โดย ดร.ปัทมารูปสุวรรณกุล รองอธิการบดี ฝ่ายบริหารและกิจการนักศึกษา จึงร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.ต.ดร.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติในฐานะนายกสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยนอร์ท กรุงเทพ และมหาวิทยาลัย Illinois StateUniversity สหรัฐอเมริกา จัดให้มีการอบรมตามโครงการ "การเรียนรู้โลกออนไลน์อย่างชาญฉลาด" (Smart Online Learning) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยไซเบอร์บนอินเตอร์เน็ต สามารถระมัดระวังและป้องกันภัยในการใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย อีกทั้งยังสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในด้านการเรียนการสอนออนไลน์เป็นประโยชน์ต่อครู-อาจารย์ และนักศึกษา ที่จะนำมาช่วยในการเรียนการสอนในยุคดิจิตอลได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
          ในการนี้พล.ต.ต.ดร.ปิยะต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติบรรยายพิเศษในหัวข้อ"เยาวชนไทยกับภัยไซเบอร์" และ ศาสตราจารย์ ดร.พฤฒิไกรมหัทธนังกูร ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ Illinois State University สหรัฐอเมริกา บรรยายพิเศษในหัวข้อ "มาตรฐานห้องเรียนยุคดิจิทัล" ณห้องสัตตบงกช มหาวิทยาลัยนอร์ท กรุงเทพวิทยาเขตรังสิต
          โดย พล.ต.ต.ดร.ปิยะกล่าวว่า "ในยุคที่เทคโนโลยีเป็นเรื่องใกล้ตัว โลกออนไลน์หรือโลกโซเชียล ได้เข้ามามีบทบาทต่อคนในสังคมไทยเรามากขึ้นทุกขณะ โลกออนไลน์ทุกวันนี้มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจนแทบตามไม่ทัน และในขณะเดียวกันกลุ่มมิจฉาชีพก็ฉกฉวยโอกาสจากการใช้เทคโนโลยีเป็นสะพาน หรือช่องทางในการก่ออาชญากรรมในรูปแบบใหม่ๆ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคน หรือผู้ใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชน ที่ขาดซึ่งความเข้าใจโดยถ่องแท้ และละเลยการศึกษาข้อแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีสิ่งที่ปรากฏเป็นผลจากการกระทำอันปราศจากความรอบคอบและประมาทนี้เองเสมือนประหนึ่งเป็นการเปิดประตูต้อนรับภัยคุกคามในโลกไซเบอร์เข้ามาโดยไม่รู้ตัวสิ่งสำคัญประการหนึ่งที่จะสามารถช่วยในการแก้ไขปัญหานี้ได้ก็คือ การสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นแก่เด็กและเยาวชนไทยเพื่อจะได้รับทราบและรับรู้ ให้เท่าทันภัยคุกคามต่างๆ ในโลกออนไลน์ การสร้างความตระหนักนี้เอง จะเป็นการเรียนรู้ในการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสมนั่นเอง"
          ศาสตราจารย์ ดร.พฤฒิไกร ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ Illinois State University สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า โดยเฉพาะการเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้วยเทคโนโลยี และสิ่งนี้จะบังเกิดขึ้นในห้องเรียนยุคดิจิตอล อันจะเป็นที่ที่จะสามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ 21 นี้ได้ อันจะเป็นการช่วยปรับเปลี่ยนสังคมไทยไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ และช่วยประกันโอกาสของผู้เรียน
          ให้เข้าถึงการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต และอันจะเป็นการเชื่อมโยงสังคมไทยสู่สังคมโลก สนับสนุนความเป็นพลโลกของคนรุ่นใหม่ ให้ ทุกคนมีโอกาสในการใช้เทคโนโลยี เพื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงค้นคว้า รวบรวม และประมวลผลจากแหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อนำไปสร้างองค์ความรู้ใหม่และที่สำคัญห้องเรียนนี้จะช่วยในการปรับปรุงจิตใจของคนให้มีทัศนคติที่ดี มีการพัฒนาด้านคุณธรรมและจริยธรรมในเชิงบวก จากการใช้เทคโนโลยีให้เกิดขึ้นภายในจิตใจ
          ด้าน ดร.ปัทมา รูปสุวรรณกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและกิจการนักศึกษากล่าวว่า จากการอบรมสัมมนา ได้มีผู้เข้ารับการอบรม ทั้ง ผู้ปกครอง คณาจารย์ นักศึกษา และตัวแทนจากชุมชน ทั้งสิ้น กว่า 500 คน วิทยากรที่บรรยาย โดยเฉพาะ พล.ต.ต.ดร.ปิยะ ได้ให้ความรู้อย่างเต็มเปี่ยมโดยให้ทฤษฎีการป้องกันภัยในการใช้เทคโนโลยี คือความร่วมมือจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 ฝ่าย คือ ครอบครัว โรงเรียน-การศึกษาเยาวชน-กลุ่มเพื่อน และผู้บังคับใช้กฎหมายให้หลักข้อพึงระวัง 2P2F เพื่อความปลอดภัยจากการใช้เทคโนโลยี คือ Prevention ,Protection , Final Decision And Friend Acceptation ทั้งยังแนะแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ เน้นการสื่อสารระหว่างกัน หาความรู้และข่าวสาร นำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์กับผู้อื่นในการเป็นสื่อประชาสัมพันธ์
          นอกจากนี้ พล.ต.ต.ดร.ปิยะ ยังให้ความรู้ เกี่ยวกับภัยคุกคามต่างๆ ในโลกออนไลน์ และได้แนะนำวิธีป้องกันภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ โดยการเปิดใช้งานคอมพิวเตอร์เมื่อใดให้มีสติก่อนเสมอ,ตั้งรหัสผ่านผสมอักขระพิเศษเพื่อไม่ให้คาดเดาได้,สังเกตว่ามีโปรแกรมที่แปลกปลอมขึ้นมาพร้อมการเปิดเครื่องหรือไม่,มีการอัพเดตระบบปฏิบัติการและซอฟแวร์อยู่เสมอ,ไม่ควรเข้าเว็บไซต์ที่เสี่ยง เช่น เว็บพนัน เว็บลามก ฯลฯ ในส่วนของข้อควรระวังการใช้สื่อสังคมออนไลน์นั้น ไม่ควรแสดงความคิดเห็นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการโต้แย้งที่รุนแรง,พึงระวังผู้ประสงค์ร้ายหลอกถามข้อมูลส่วนตัวหรือที่ทำงาน,อย่าลืมล็อกเอาต์ (Log Out) เพื่อป้องกันผู้สวมรอย,ไม่เช็กอินแสดงสถานที่ที่ไปบ่อยๆ อาจทำให้ผู้ไม่หวังดีมาดักรอ,อย่ากด"Remember Me" เมื่อใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ,ไม่ควรส่งภาพ ข้อความ หรือภาพเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมาย,ไม่ให้ผู้อื่นยืมใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าอินเตอร์เน็ต,ไม่ควรใช้ Wi-Fi ฟรี โดยไม่มีการเข้ารหัสผ่าน
          "อีกทั้งแนะนำวิธีการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้เหมาะสม, ไม่แชร์ข้อมูลส่วนตัวโดยเฉพาะพิกัด GPS,ไม่รับคนที่ไม่รู้จักเป็นเพื่อน,รักษาข้อมูลส่วนตัวเป็นอย่างดี,ไม่คลิกลิงค์หรือเปิดไฟล์จากผู้ส่งที่เราไม่รู้
          จัก,ทำธุรกรรมออนไลน์ต้องทำอย่างระมัดระวัง และได้ให้เคล็ดลับสำหรับการใช้เทคโนโลยีของวัยรุ่น คือการไม่แชร์รหัสผ่านกับบุคคลใดๆ,การตอบรับคำขอเป็นเพื่อนนั้นควรมาจากคนที่คุณรู้จักจริงๆ เท่านั้น,อย่าโพสต์สิ่งที่คุณไม่ต้องการให้ผู้ปกครอง ครูหรือนายจ้างเห็น,แสดงตัวตนที่แท้จริงเพราะตัวตนของคุณคือสิ่งที่ดีที่สุด ยิ่งกว่าสิ่งที่คุณแสร้งเป็น,เรียนรู้เกี่ยวกับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และตรวจสอบเป็นประจำ"
          ท้ายที่สุดนี้ พล.ต.ต.ดร.ปิยะ ยังได้แนะนำเทคนิคในการใช้เทคโนโลยี เพื่อป้องกันภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ไว้ดังนี้ การใช้เทคโนโลยีแบบพอเพียง พอประมาณ ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสม ใช้ให้เป็น อย่าใช้มากเกินหรือน้อยเกิน อย่าใช้มากเกิน เช่น ขณะขับรถยนต์อาจเกิดอุบัติเหตุ ขณะนั่งรอรถเมล์อาจโดนคนร้ายฉกวิ่งราวเอาโทรศัพท์เคลื่อนที่ไป ขณะเรียนทำให้ไม่มีสมาธิเรียน เป็นต้น