เทคโนโลยีเครื่องมือของผู้กล้า

 ดร.ต่อเกียรติ น้อยสำลี
          จากที่ได้เข้าร่วมงานนิทรรศการแสดงนวัตกรรมด้านอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก CES Asia ประจำปี 2016 ทำให้เห็นทิศทางของ รูปแบบนวัตกรรมที่ต้องสามารถเชื่อมโยง สื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ โดยไม่ต้องผ่านบุคคล หรือเรียกว่าเทคโนโลยี Internet of Thing (IoT)
          ซึ่งได้ถูกพัฒนาไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น รถยนต์ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ตามสภาพอากาศ พื้นถนน การขับทางตรงบนถนนไฮเวย์ หรือขับขึ้นภูเขา จนถึงสามารถตรวจจับสภาพการจราจร และปรับไปสู่โหมดที่รถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ทั้งยังสามารถสื่อสารข้อมูลในการขับขี่ไปยังอุปกรณ์ดิจิทัล อาทิ Smartwatch หรือ Smartphone ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถวางแผนการเดินทาง หรือท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          อีกทั้งยังสามารถแจ้งให้บ้านที่มีนวัตกรรม smart home เปิดแอร์ หรือเปิดไฟเมื่อรถใกล้จะถึง ข้อมูลการใช้งานของอุปกรณ์ หรือเครื่องยนต์จะถูกบันทึกตลอดการใช้งาน และแจ้งให้เจ้าของทราบถึงระยะเวลาซ่อมบำรุง ไม่เพียงแค่นั้นยังส่งผลต่อรูปแบบบริการที่เกี่ยวข้องแตกต่างจากเดิม เช่น บริษัทประกันภัยรถยนต์จะกำหนดรูปแบบการจ่ายและขอเคลมประกันที่สอดคล้องกับข้อมูลสภาพการขับขี่ รวมถึงข้อมูลที่ถูกบันทึกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บริษัทเช่ารถก็สามารถนำข้อมูลการขับขี่นี้ไปเลือกรถที่เหมาะสมสำหรับลูกค้า
          เทคโนโลยี loT ยังมีการพัฒนาร่วมกับเทคโนโลยีความจริงเสมือน หรือ Virtual Reality-VR ยิ่งทำให้เกิดคุณค่าเพิ่มมากขึ้นเช่น เมื่อนำไปใช้ในการติดตามการแข่งขันกีฬาผ่านมือถือหรือแท็บเล็ต ทำให้ได้รับมุมมองและอรรถรสที่แตกต่าง เพราะทำให้ได้เห็นข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้อง จนทำให้สามารถคาดเดาผลการณ์แข่งขันที่น่าจะเกิดขึ้นได้
          อีกเทคโนโลยีที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในวงการศิลปะ ภาพยนตร์ โฆษณา คือ RealSense TM  SDK Face Scans ซึ่งสามารถสแกนใบหน้าจากตำแหน่งต่างๆได้อย่างละเอียด และทำการสร้างภาพเสมือนจริง โดยในงานทางผู้ผลิตได้นำภาพใบหน้าของผู้ถูกสแกนไปแทนใบหน้าตัวละครในพงศาวดารจีน และนำเสนอเป็นคลิปวิดิโอสั้นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
          Drone หรืออากาศยานควบคุมระยะไกล เป็นอีกนวัตกรรมที่มีการนำเสนอความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ทั้งการถ่ายภาพในระบบ 4K หรือ Ultra High Definition ซึ่งมีความละเอียดสูงกว่า Full HD ทั่วไปถึง 4 เท่า สามารถสร้างพลังงานด้วยตัวเองจนสามารถทำการบินได้ระยะทางไกลขึ้น นวัตกรรมโดรนมีความก้าวหน้า และเติบโตสูงมาก เพื่อตอบสนองการนำไป
          ยืนยันถึงกระแสใช้ในรูปแบบต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้นในทุกภาคอุตสาหกรรม
          ที่น่าทึ่งมากกว่า คืออุปกรณ์ช่วยในการเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับอารมณ์ หรือลักษณะของบุคคล ซึ่งหากเทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาจนสมบูรณ์ยิ่งขึ้นคงส่งผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจเลือกซื้อเสื้อผ้าของผู้คนในอนาคตอย่างมาก และผู้ผลิตเสื้อผ้าคงต้องปรับตัวกันไม่น้อย
          เทคโนโลยีอย่างเครื่องพิมพ์สามมิติ หรือ 3D printer ที่ได้รับการพัฒนาจนเกือบจะกลายเป็นสิ่งปกติที่สามารถซื้อหาได้ทั่วไป สำหรับใช้ในงานประเภทต่างๆ ตั้งแต่ผลิตของเล่นใช้ในบ้าน จนถึงอุปกรณ์เครื่องมือขนาดใหญ่ในภาคอุตสาหกรรม หรืออุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ หรือ Wearable เช่น หูฟัง เครื่องประดับ รองเท้า ที่ปรับเปลี่ยนทั้งรูปลักษณ์และความสามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ อื่นๆ ที่จำเป็น รวมถึงแสดงผลข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ยังมี บาลิสต้าแขนกลที่สามารถชงกาแฟรสชาติที่แตกต่างกัน พร้อมๆ กัน โดยไม่ต้องเสียเวลาทำขั้นตอนเดิมซ้ำไปมา  แม้ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทำให้เกิดนวัตกรรมแปลกใหม่มากมาย แต่ก็ต้องตอบความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าให้ได้ โดยคำนึงถึงคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ และต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น
          อย่างที่ผู้บริหาร BMW กล่าวไว้ว่า "BMW เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์รายเล็ก ที่กล้าพัฒนานวัตกรรมแห่งอนาคต"
          "ยืนยันถึงกระแสของเทคโนโลยี IoT ที่เชื่อมโยงข้อมูลได้โดยไม่ต้องผ่านคน"