รายงานพิเศษ: "ทีมไทยแลนด์"บุกแดนมังกร!โรดโชว์กระตุ้น"การค้า-ลงทุน"

 การยกคณะภาครัฐและเอกชน
          ของไทย เดินทางไปเยือน "กรุงปักกิ่ง" และ "นครเซี่ยงไฮ้" สาธารณรัฐประชาชนจีน นำทีมโดย "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ระหว่างวันที่ 26-30 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการขยับขับเคลื่อนนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่น่าจับตาอย่างมาก
          เพราะการเดินทางไปครั้งนี้ นอกจากภาครัฐ ประกอบด้วย "พิเชษฐ ดุรงคเวโรจน์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) "อุตตม สาวนายน" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสรสนเทศและการสื่อสาร (ทส.) "สุวิทย์ เมษิน ทรีย์" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) "สมพล  เกียรติไพบูลย์" ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี "หิรัญญา  สุจินัย"เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) "สิริพรรณ ลิขิตวิวัฒน์" รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ "วรรณภรณ์ เกตุทัต" ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชียแล้ว
          ในส่วนภาคเอกชนมี "ธนินท์ เจียรวนนท์" ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) "สุภกิต เจียรวนนท์" รองประธานกรรมการบริหารเครือซีพี "จิตติ  ตั้งสิทธิ์ภักดี" ประธานหอการค้าไทย-จีน "อิสระ ว่องกุศลกิจ" ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย "เจน นำชัยศิริ" ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย "กอบศักดิ์ ดวงดี" เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย "กานต์ ตระกูลฮุน"กรรมการ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย และ "ชาติศิริ โสภณพณิช" กรรมการผู้จัดการใหญ่และกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
          นับเป็นคณะที่มีภาคเอกชนระดับบิ๊กๆ ของเมืองไทยร่วมเดินทางไปด้วย
          ตามภารกิจการเดินทางในครั้งนี้ "สมคิด" ได้เข้าพบหารือทวิภาคีกับ "จางเกาลี่" รองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ ณ มหาศาลาประชาชน ซึ่งเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความร่วมมือในการกำหนดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจชุดใหม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศและผลประโยชน์ต่อประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (CLMV) ซึ่งไทยนับได้ว่า เป็นเกตเวย์สำคัญของอาเซียน นอกจากนี้นายหวังหย่ง มนตรีแห่งรัฐ ยังได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารคณะรองนายกรัฐมนตรีไทย
          จากนั้น คณะได้หารือกับภาคเอกชน ทั้งการเดินทางไป บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) จัดตั้งศูนย์วิจัยเทคโนโลยีประจำภูมิภาค ระหว่าง บ.หัวเว่ยฯ กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งตอบสนองการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล รวมไปถึงการทำวิจัยและพัฒนาการทำงานร่วมกันในโครงการเมืองอัจฉริยะ หรือสมาร์ทซิตี้
          นอกจากนี้ ได้หารือกับผู้แทนบริษัท ไชน่า ฟอร์จูน แลนด์ ดีเวลอปเมนท์ (ซีเอฟแอลดี) ซึ่งเป็นบริษัทด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีน โดยซีเอฟแอลดีสนใจเข้ามาลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)
          "สมคิด" ยังพาคณะหารือกับบริษัททียูเอส โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยที่มีชื่อเสียง เพื่อให้เข้ามาร่วมงานในด้านการวิจัยและพัฒนากับไทย เช่นเดียวกับการหารือกับมหาวิทยาลัยชิงหัว ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ โดย ม.ชิงหัวได้ลงนามเอ็มโอยูความร่วมมือกับ สวทช.และ สนช.ด้วย
          คณะจากประเทศไทย เข้าร่วมงานสัมมนากับภาคเอกชนจีน โดยมีนักลงทุนเข้าร่วมในงานกว่า 500 คน พร้อมทั้งร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามเก็บตัว Miss China Universe ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกับกองประกวดฯ ซึ่งจะเข้ามาเก็บตัวในไทยช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้
          การเดินทางเยือนจีนของรองนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ในสภาวะความปั่นป่วนในบริบทโลกปัจจุบัน ที่มีความปั่นป่วนไม่แน่นอนยากที่จะคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต
          "ประเทศจีนจะเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถรอดพ้นวิกฤติและกลับมาผงาดได้เร็วที่สุด จากปัจจัยที่จีนให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทางด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระดับสูง เน้นขยายฐานผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการจ้างงานและการหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจที่จีนมีประชากรเกือบ 1,400 ล้านคน"
          รองนายกฯ สมคิด สะท้อนมุมมองเอาไว้อย่างน่าสนใจ
          อย่างไรก็ตาม ผลการเดินทางครั้งนี้ "สมคิด" บอกว่า จะมีส่วนช่วยชักชวนนักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทย พร้อมกับเรียนรู้จากประสบการณ์ของจีนเพื่อนำมาปรับใช้ในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอีอีซี ที่รัฐบาลมุ่ง มั่นพัฒนาต่อยอดจากอีสเทิร์นซีบอร์ดให้เป็นที่จดจำของรุ่นต่อๆ ไป
          ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในการเดินหน้าด้านเศรษฐกิจไทย ตามนโยบายทีมไทยแลนด์ ที่รัฐบาลประกาศรุกอย่างเต็มตัว.