ทีโอทีเร่งตั้งกองทุนท่อร้อยสายหวังระดมทุนหมื่นล.ในสิ้นปี

 ทีโอทีสบช่อง กฟน. เปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าลงใต้ดิน บีบค่ายโทรคมนาคมต้อง พึ่งท่อร้อยสายใต้ดิน เร่งตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานภายในสิ้นปี หวังระดมทุนหมื่นล้าน เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ปีละ ไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท ฟากเอกชนวอน กสทช.เร่งกำกับอัตราค่าบริการ หลังรัฐวิสาหกิจได้สิทธิ์ผูกขาดวางท่อ กำหนดค่าเช่าสูงปรื๊ด
          นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที เปิดเผยว่า กำลังเร่งจัดตั้ง กองทุนโครงสร้างพื้นฐานท่อร้อยสายให้ทัน เข้าระดมทุนภายในสิ้นปีนี้ โดยอยู่ใน ขั้นตอนของบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน ศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของการจัดตั้งกองทุน รวมถึงตรวจสอบทรัพย์สินที่จะนำมาตั้งกองทุน (Due Diligence) เพื่อเตรียมเอกสารขออนุมัติจัดตั้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
          "ปัจจุบันการลากสายโทรคมนาคมส่วนใหญ่จะต้องนำลงใต้ดิน เนื่องจากไม่สามารถขอปักเสาใหม่เพื่อพาดสาย หรือเช่าใช้เสาจากทั้ง 3 การไฟฟ้าได้ง่ายเหมือนเก่า เพราะเสาค่อนข้างเต็มรับ น้ำหนักไม่ได้อีก ทั้งการไฟฟ้าเองก็มีนโยบาย จะทยอยนำสายไฟลงใต้ดิน แล้วถอนเสาออกทั้งหมด ซึ่งก็จะทำให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมไม่มีที่พาดสายอีก และแม้ปัจจุบันความนิยมการใช้งานสื่อสารแบบไร้สายจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ยังต้องลากข่ายสายเพื่อซัพพอร์ตโครงข่ายอยู่"
          ที่ผ่านมาทีโอทีวางท่อร้อยสายใต้ดินกระจายทั่วประเทศราว 25,000 ท่อกิโลเมตร (จำนวนท่อคูณความยาวของสาย) เฉพาะในกรุงเทพฯมีราว 20,000 ท่อกิโลเมตร และเตรียมวางเพิ่มตามโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าลงใต้ดินของการไฟฟ้าฯ
          ล่าสุดในส่วนของการไฟฟ้านครหลวงได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันในโครงการจะนำสายลงใต้ดินอีก 127.3 กิโลเมตร ที่ กฟน.จะใช้งบประมาณ 48,717 ล้านบาท สำหรับพื้นที่โครงการสวนจิตรลดา ปทุมวัน และพญาไท นนทรี พระราม 3 รัชดาภิเษก-พระราม 9 ซึ่งเดิมจะใช้เวลา 10 ปี แต่ล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้เร่งให้เสร็จภายใน 5 ปี ดังนั้นทีโอทีต้องปรับการลงทุนใหม่ให้สอดคล้องกันด้วย แต่ยังใช้งบประมาณเท่าเดิมคือราว 3,200 ล้านบาท
          สำหรับกองทุนโครงสร้างพื้นฐานท่อร้อยสายของทีโอทีจะไม่นำทรัพย์สินที่เป็นท่อร้อยสายของทีโอทีเข้ามารวมในกองทุน แต่จะใช้รายได้จากการเช่าท่อร้อยสายเป็นทรัพย์สินกองทุนแทน ซึ่งมีการประเมินว่าอย่างน้อยแต่ละปีจะมีรายได้ค่าเช่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และจะเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มรายได้ให้กับทีโอที
          นายกำธร ไวทยกุล รองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ บมจ.ทีโอที กล่าวเสริมว่า คาดว่าจะสามารถระดมทุนจากกองทุนนี้ได้ราว 10,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อหักในส่วนที่ทีโอทีจะต้องซื้อหุ้นในกองทุน 33% ตามกฎของ ก.ล.ต. และกระบวนการอื่น ๆ แล้ว จะเหลือเงินราว 6,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนสร้างท่อร้อยสายใหม่เพื่อขยายโครงสร้าง พื้นฐานให้เพิ่มขึ้น
          และปัจจุบันทีโอทีมีรายได้จากการให้ เช่าท่อร้อยสายราว 400 ล้านบาท เนื่องจากบรรดาโอเปอเรเตอร์ยังมีทางเลือกที่จะพาดเสาไฟฟ้า แต่เมื่อการไฟฟ้าจะเริ่มทยอยถอนเสาไฟออก ความจำเป็นในการมีท่อร้อยสายลงใต้ดินจะมีมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพฯ เจ้าของพื้นที่อย่างกรุงเทพมหานครยินดีจะให้รัฐวิสาหกิจเป็นผู้ดำเนินการเท่านั้น ซึ่งทางฝั่ง บมจ.กสท โทรคมนาคม ไม่ได้ มีธุรกิจดั้งเดิมเกี่ยวกับการลากสาย จึงยังไม่ได้มีการทำท่อร้อยสายอย่างจริงจังเหมือนทางทีโอที
          ขณะเดียวกันทีโอทียังเริ่มประสานงานกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ตามจังหวัดต่าง ๆ เพื่อเตรียมขยายการวางท่อร้อยสายให้เพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่
          ด้านแหล่งข่าวภายในสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทีโอที กำหนดค่าเช่าใช้ท่อร้อยสายในอัตราที่สูงมากในระดับที่เอกชนทุกรายจะลงขันสร้างกันเองยังถูกและคืนทุนได้เร็วกว่า แต่ปัญหาคือ ส่วนใหญ่การได้สิทธิ์วางท่อจะจำกัดอยู่เฉพาะกับรัฐวิสาหกิจ จึงควรมีการปรับกระบวนการในการกำหนดอัตราค่าบริการที่เหมาะสม โดย กสทช.ควรจะเข้ามามีบทบาท เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานที่สร้างโดยรัฐวิสาหกิจเพื่อลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนมีผู้ใช้งานจริง ๆ
          ขณะที่นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า เตรียมจะเข้ามากำกับราคาค่าบริการเช่าท่อร้อยสายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และผลักดันให้มีการเช่าใช้โครงข่ายร่วมกันเพื่อลดความซ้ำซ้อนในการลงทุน